ข้ามไปเนื้อหา

The Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
The Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ
ประเภทเรียลลิตีโชว์, การทำอาหาร
สร้างโดยกิติกร เพ็ญโรจน์
บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด
ดำเนินรายการโดยสัญญา ธาดาธนวงศ์
แสดงนำ
กรรมการวิลเมนต์ ลีออง
ประเทศต้นกำเนิด ไทย
ภาษาต้นฉบับภาษาไทย
จำนวนฤดูกาล3
จำนวนตอน36
การผลิต
ระยะเวลา110-120 นาที
บริษัทผู้ผลิตบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด
การเผยแพร่ต้นฉบับ
เครือข่ายช่อง 7HD
ออกอากาศ22 กันยายน 2567 (2567-09-22) –
6 กันยายน 2569 (2569-09-06)

The Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ เป็นรายการโทรทัศน์ไทยประเภทเรียลลิตีโชว์การแข่งขันทำอาหารแบบทีมของพ่อค้าและแม่ค้าจากร้านอาหารข้างถนนร้านต่าง ๆ ดำเนินรายการโดย กอล์ฟ - สัญญา ธาดาธนวงศ์ โดยมีเชฟวิลแมน - วิลเมนต์ ลีออง เป็นครูใหญ่ และมีหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอน (Head Chef Trainer) ได้แก่ เชฟต้น - ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร, เชฟแพม - พิชญา สุนทรญาณกิจ และ เชฟอาร์ต - ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ ผลิตรายการโดย บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2567 ทางช่อง 7HD ปัจจุบันออกอากาศมาแล้ว 3 ฤดูกาล

ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ 3 ได้ปรับชื่อรายการเป็น Restaurant War Street King Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ และปรับวัตถุประสงค์ของการแข่งขันเล็กน้อยเป็นการหาพ่อค้าหรือแม่ค้าร้านอาหารข้างถนนที่ดีที่สุดโดยตรง พร้อมกับขยายการออกอากาศบนเน็ตฟลิกซ์ จากเดิมที่เผยแพร่ใน 25 ประเทศในทวีปเอเชียในฤดูกาลที่ 2 เป็น 190 ประเทศทั่วโลก

รูปแบบรายการ

[แก้]

The Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ เป็นรายการเรียลลิตีโชว์การแข่งขันทำอาหารที่บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด คิดและผลิตขึ้นเอง โดยรับสมัครพ่อค้าและแม่ค้าจากร้านอาหารข้างถนน ตลาดนัด อาหารตามสั่ง หรือภัตตาคารขนาดเล็กร้านต่าง ๆ มาแข่งขันทำอาหาร โดยแบ่งออกเป็น 3 ทีม มีครูใหญ่เป็นกรรมการตัดสินหลัก และมีหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนประจำทีมเป็นผู้สอนการทำอาหารให้ลูกทีมของตน เพื่อพัฒนาเป็นเชฟในอนาคต[1]

The Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ แบ่งการแข่งขันออกทั้งหมด ดังนี้

รอบคัดเลือก (Audition)

[แก้]

ฤดูกาลที่ 1

[แก้]

ในฤดูกาลที่ 1 จะแบ่งออกเป็น 2 รอบ ดังนี้

  • รอบที่ 1 – ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม สร้างคาแรกเตอร์ และนำเสนออาหารที่ขายปกติให้โดดเด่นภายในเวลา 30 วินาที เพื่อให้ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนพิจารณาเป็นเบื้องต้น
  • รอบที่ 2 – ผู้เข้าแข่งขันจะต้องนำเมนูที่ร้านของตัวเองมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่ให้มีความโดดเด่น และมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ภายในเวลา 60 นาที และนำเสนอเมนูใหม่ดังกล่าว เพื่อให้หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนคัดเลือกเข้าเป็นลูกทีมของตน โดยการคัดเลือกแบ่งออกเป็นดังนี้
    • หากไม่มีหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนคนใดเลือกเลย ผู้เข้าแข่งขันจะตกรอบทันที
    • หากมีหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเลือก 1 คน ผู้เข้าแข่งขันจะเข้าทีมของหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนคนนั้นทันที
    • หากมีหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเลือกมากกว่า 1 คน ผู้เข้าแข่งขันจะมีสิทธิ์เลือกหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเพื่อเข้าทีม

โดยลูกทีมของแต่ละทีมจะได้รับผ้ากันเปื้อนสีประจำทีมนั้น ๆ โดยหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของแต่ละทีมจะมีลูกทีมได้ไม่เกิน 6 คน

ฤดูกาลที่ 2

[แก้]

ในฤดูกาลที่ 2 ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะได้แข่งขันในรอบจริงทันทีโดยไม่มีการคัดเลือก ซึ่งทีมจะถูกเลือกโดยการจับฉลาก

ฤดูกาลที่ 3 (Street King)

[แก้]

ในฤดูกาลที่ 3 ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างสรรค์เมนูอาหารของตนเอง (Signature Menu) โดยสามารถนำเมนูที่ขายประจำร้านหรือใช้ทักษะของตนเพื่อนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอื่น ๆ ก็ได้ แต่ต้องสามารถทำให้ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนประทับใจให้ได้ ซึ่งจะมีเวลาในการทำอาหาร 60 นาที ส่วนรูปแบบการคัดเลือกจะใช้เหมือนกับฤดูกาลที่ 1 ทุกประการ เพียงแต่ในฤดูกาลนี้ ครูใหญ่จะให้โอกาส 3 คนที่ทำผลงานได้ดีแต่ไม่ถูกเลือกอีกครั้ง โดยครูใหญ่จะเป็นผู้ที่เลือกเข้าทีม ๆ ละ 1 คนด้วยตนเอง

รอบการแข่งขันจริง

[แก้]

ในรอบการแข่งขันจริง จะแข่งกันกัน 2 รอบต่อสัปดาห์ ดังนี้

รอบแรก

[แก้]

Individual Challenge

[แก้]

โจทย์นี้ใช้ในฤดูกาลที่ 1 และ 2 โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างสรรค์เมนูอาหารข้างถนนตามโจทย์ที่กำหนด ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 45 นาที หลังจากนั้น หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของแต่ละทีมจะชิมอาหารของลูกทีมของตน และเลือก 2 จานที่ดีที่สุดของทีมของตน รวมเป็น 6 จาน เพื่อให้คณะกรรมการ (ประกอบด้วยครูใหญ่และแขกรับเชิญอีกสัปดาห์ละ 2 คน) ชิมและตัดสินหาจานที่ดีที่สุด โดยจานที่เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ลงไปจะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ผู้ที่ได้เป็นจานที่ดีที่สุดจะได้รับสิทธิพิเศษในโจทย์ถัดไป

Challenge of Taste (ศึกวัดรสชาติ)

[แก้]

โจทย์นี้ใช้ในฤดูกาลที่ 3 (สลับกับ Creative Cooking Challenge) โดยในโจทย์นี้จะตัดสินในเรื่องรสชาติอาหารและความถูกต้องตามโจทย์ ซึ่งหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนทั้ง 3 คนจะเป็นผู้ตัดสินจานอาหารแบบ Blind Testing โดยครูใหญ่และพิธีกรจะเป็นผู้คัดเลือกจานอาหาร 4 จานเพื่อให้หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนชิมและตัดสินเพื่อหาจานที่ดีที่สุดต่อไป ซึ่งหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะไม่ทราบเลยว่า 4 จานอาหารดังกล่าว จะมีจานของทีมตนเองหรือไม่ ทั้งนี้ ผู้ชนะในโจทย์นี้จะได้รับสิทธิพิเศษต่อไป

Creative Cooking Challenge (บททดสอบเพิ่มความคิดสร้างสรรค์)

[แก้]

โจทย์นี้ใช้ในฤดูกาลที่ 3 (สลับกับ Challenge of Taste) โดยในโจทย์นี้จะคล้ายกับรอบ Individual Challenge นั่นคือ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของอาหารข้างถนนให้แปลกใหม่ โดยจะแข่งขันทั้งหมด 2 เมนู ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องประชุมโดยมีเวลา 90 วินาทีเพื่อแบ่งเมนูกันเองกับเพื่อนร่วมทีม ในโจทย์นี้ จะมีกรรมการรับเชิญ 2 คนเพื่อตัดสินอาหารร่วมกับครูใหญ่ ผู้ชนะจะได้รับสิทธิพิเศษต่อไป

รอบคัดออก

[แก้]

ในรอบนี้ แบ่งเป็นทั้งหมด 3 โจทย์ โดยจะสลับปรับเปลี่ยนทุกสัปดาห์ ดังนี้

Restaurant War

[แก้]

แต่ละทีมจะต้องทำอาหารในสัญชาติและรูปแบบที่กำหนด เพื่อให้คณะกรรมการพิเศษชิมอาหาร และลงคะแนนเพื่อหาทีมที่ชนะ 1 ทีม โดยมีวัตถุดิบหลักหรืออุปกรณ์ในการทำอาหาร 3 อย่าง ซึ่งผู้ชนะในรอบ Individual Challenge เลือกมอบให้ทั้ง 3 ทีม (หรือในบางตอน ทั้ง 3 ทีมจะได้วัตถุดิบเดียวกัน แต่ผู้ชนะในรอบ Individual Challenge จะได้รับสิทธิพิเศษอื่นๆ อาทิ สวิงมหัศจรรย์, สวิตซ์ปิดไฟห้องบัญชาการ เป็นต้น) จากนั้นแต่ละทีมจะมีเวลา 60 นาที ในการประชุมกับหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเกี่ยวกับเมนูอาหารที่จะทำ รวมถึงการทำงานของผู้เข้าแข่งขันในครัว หลังจากนั้นทุกทีมจะมีเวลา 90 นาที (60 นาทีในช่วงปลายฤดูกาลที่ 1) ในการทำอาหารตามที่วางแผนไว้ให้สมบูรณ์และครบถ้วน โดยหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะสามารถทำได้เฉพาะการสังเกตการทำงานของผู้เข้าแข่งขันจากภาพกล้องวงจรปิดในห้องบัญชาการ แต่หากต้องการเรียกสมาชิกทีมมาพูดคุย ให้กดปุ่มที่มีชื่อของสมาชิกคนนั้น โดยระหว่างที่หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเรียกสมาชิกทีมไปพูดคุย สมาชิกทีมที่เหลือจะต้องหยุดการทำงานชั่วคราวในขณะที่เวลาจะยังคงนับถอยหลังต่อไป แต่หากครูใหญ่เห็นว่าการทำงานของทั้ง 3 ทีมเกิดปัญหาใหญ่จนหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเริ่มไม่สามารถควบคุมได้ ครูใหญ่สามารถอนุญาตให้หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนออกไปช่วยลูกทีมได้ภายในระยะเวลาที่จำกัดไว้

หลังจากคณะกรรมการชิมและตัดสินเมนูของทั้ง 3 ทีมแล้ว จะมีการส่งจดหมายไปยังห้องพักของแต่ละทีม เพื่อสรุปผลการแข่งขัน โดยทีมที่ชนะ 1 ทีม จะไม่มีลูกทีมที่ถูกคัดออกในสัปดาห์นั้น ๆ ส่วนอีก 2 ทีมที่แพ้ หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะต้องเลือกผู้เข้าแข่งขันในทีมของตนทีมละ 2 คน ไปให้ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมที่ชนะเพื่อตัดสินหาผู้ที่ถูกคัดออกต่อไป

ตั้งแต่ฤดูกาลที่ 2 ภายในห้องบัญชาการของหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอน นอกจากปุ่มกดเพื่อเรียกผู้เข้าแข่งขัน ยังมีปุ่มอีก 1 ปุ่ม นั่นคือ ปุ่มปลดล็อค (หรือ ปุ่มสีแดงในฤดูกาลที่ 2) โดยหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะมีสิทธิ์ 1 ครั้ง/คน/สัปดาห์ ในการกดเพื่อปลดล็อกประตูและออกไปบัญชาการแก่ลูกทีมในระยะประชิดได้เป็นเวลา 90 วินาที

Challenge on Street (สงครามสตรีตฟูด)

[แก้]

โจทย์นี้เริ่มใช้ในฤดูกาลที่ 3 โดยในโจทย์นี้จะแข่งขันแบบเดี่ยว ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องเปิดร้านอาหารของตนเพื่อขายให้กับลูกค้าในสถานการณ์จริง และจะแข่งขันนอกสถานที่ โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องคิดเมนู ตั้งราคาขาย และวางกลยุทธ์ในการขายด้วยตนเอง ในโจทย์นี้ จะตัดสินในเรื่องยอดขาย โดยผู้ที่ทำยอดขายได้น้อยที่สุดหลังจากสิ้นสุดการขายจะถูกคัดออกทันที ทั้งนี้ ผู้ชนะในรอบแรกจะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบต่อไปทันทีโดยไม่ต้องแข่งขันในโจทย์นี้ นอกจากนี้ จะได้รับสิทธิพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติม อาทิ เพื่อนร่วมทีมจะได้เปิดร้านอาหารก่อนทีมอื่น 10 นาที, เป็นแขก VVIP ซึ่งจะสามารถซื้ออาหารของผู้เข้าแข่งขันคนใดก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นของเพื่อนร่วมทีม

The Ultimate Chef Battle (ศึกล้มเชฟ)

[แก้]

โจทย์นี้เริ่มใช้ในฤดูกาลที่ 3 โดยในโจทย์นี้ จะมีเชฟมืออาชีพทั้งหมด 3 คน มาดวลกับผู้เข้าแข่งขัน โดยผู้ชนะในรอบแรกจะได้สิทธิจับคู่ดวลเชฟมืออาชีพให้กับทีมอื่น ๆ รวมถึงทีมของตน หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะมีเวลา 15 นาทีในการประชุมและให้คำปรึกษากับผู้เข้าแข่งขัน และคัดเลือก 2 คนเพื่อแข่งขันกับเชฟมืออาชีพ ในโจทย์นี้ จะตัดสินในเรื่องรสชาติและการชูวัตถุดิบหลัก และมีกรรมการรับเชิญ 2 คนเพื่อตัดสินอาหารร่วมกับครูใหญ่ นอกจากนี้ ในระหว่างการแข่งขัน หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะต้องอยู่ในห้องบัญชาการโดยไม่สามารถสั่งการใด ๆ ทั้งสิ้น

  • หาก 1 คน (จาก 2 คนในทีม) สามารถชนะเชฟมืออาชีพได้ ผู้ชนะและเพื่อนร่วมทีมจะไม่มีใครถูกคัดออกและผ่านเข้ารอบต่อไปทันที
  • หากทั้ง 2 คนไม่สามารถชนะเชฟมืออาชีพได้ จะถือว่าทีมดังกล่าวแพ้การแข่งขันโดยปริยาย ซึ่งหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมดังกล่าวจะต้องเลือกผู้เข้าแข่งขันในทีมของตนทีมละ 2 คน ไปให้ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมที่ชนะเพื่อตัดสินหาผู้ที่ถูกคัดออกต่อไป

การคัดออก

[แก้]

ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมที่ชนะจะสอบถามผู้ที่ถูกเสนอชื่อหรือผู้ที่ทำยอดขายได้น้อยถึงข้อผิดพลาดในระหว่างการแข่งขัน หรือถามเกี่ยวกับผู้ที่ควรถูกคัดออก แล้วแต่กรณี และเมื่อผู้เข้าแข่งขันตอบคำถามเสร็จสิ้นแล้ว ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมที่ชนะจะปรึกษาหารือกันเพื่อตัดสินหาผู้ที่ถูกคัดออก

ก่อนการประกาศผู้ที่ถูกคัดออก หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมที่ชนะสามารถใช้สิทธิ์เลือกผู้เข้าแข่งขันคนดังกล่าวให้ย้ายมาอยู่ทีมของตัวเองหรือไม่ก็ได้ แต่หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนแต่ละคน จะสามารถใช้สิทธิ์นี้ได้เพียง 1 ครั้งในแต่ละฤดูกาล และเมื่อตัดสินใจว่าจะใช้สิทธิ์หรือไม่แล้ว ครูใหญ่จะตัดสินผู้เข้าแข่งขันให้คืนผ้ากันเปื้อนและออกจากการแข่งขัน 1 คนในแต่ละสัปดาห์

ในสัปดาห์แรกของฤดูกาลที่ 2 และสัปดาห์ที่ 7 ของฤดูกาลที่ 3 ผู้เข้าแข่งขันทุกคนของ 2 ทีมที่แพ้ในรอบ Restaurant War จะต้องแข่งขันต่อในรอบ Individual Challenge เพื่อหาจานที่แย่ที่สุดที่จะถูกคัดออกทันที โดยคณะกรรมการในการชิมและตัดสินอาหารจะประกอบด้วยครูใหญ่ หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนที่ชนะในรอบก่อนหน้า และแขกรับเชิญอีก 1 คน โดยจะตัดสินจานอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคน

และในสัปดาห์ที่ 10 ของฤดูกาลที่ 2 รอบ Individual Challenge ได้ถูกใช้เป็นรอบคัดออกอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ จะมีแขกรับเชิญ 2 คนมาชิมและตัดสินอาหารร่วมกับครูใหญ่ โดยจะตัดสินจานอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคนเช่นเดิม

รอบพิเศษ

[แก้]

Challenge of Steal (ศึกชิงลูกทีม)

[แก้]

ผู้ดำเนินรายการ

[แก้]
พิธีกรฤดูกาล
1 2 3
สัญญา ธาดาธนวงศ์ ✔
ครูใหญ่ ฤดูกาล
1 2 3
วิลเมนต์ ลีออง ✔
หัวหน้าเชฟ
ผู้ฝึกสอน
ฤดูกาล
1 2 3
ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ✔
พิชญา สุนทรญาณกิจ ✔
ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ ✔

ภาพรวมในแต่ละฤดูกาล

[แก้]
ฤดูกาล ออกอากาศ
ครั้งแรก
ออกอากาศรอบ
ชิงชนะเลิศ
ผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับที่ 1 รองชนะเลิศ ผู้เข้าแข่งขันตัวจริง
(เรียงตามลำดับคนออก)
จำนวนผู้เข้าแข่งขันตัวจริง จำนวนตอน
1 22 กันยายน 2567 15 ธันวาคม 2567 อารฟา บือราแง  /  ธนเดช สารคุณ
  ปรัชญา คำแหง
  ภาสน โรมวิสัย
  ชาคริต อยู่ฤทธิ์,   เนตรดาว จันที,   สราวุธ อ่ำสะอาด,   สุภาชาติ สวยงาม,   วศิน ศรีประสิทธิพร,   โชติกา ฮวดลิ้ม (ถอนตัว),   เชษฐา บุดดาโจม,   สุทธิศักดิ์ เกิดอุดม,   ฉกรรจ์ บุญชนะ,  /  ศิวัช เทียวพานิช,   วรรณวิสา ประทุมวัน &   ณัฐพล นาคผ่อง &   ภาณิชา ฐานิสรกุลนาถ &   สุรภี จันทราภรณ์
18 12
2 22 มิถุนายน 2568 7 กันยายน 2568 รศิกาญจน์ รุ่งลักษมีโรจน์   ธวัชชัย สุจริต   เนตรชนก รัตตะมณี
 / /  ณภาส์ณัฐ รักษาชาติ
  จิตรลดา แต่ศักดาธรรม
  ฉัตรฤดี พรมเกตุสกุล,   ไวภพ ยอดแสวง,   ศุภณัฐ มั่งคั่ง (ถอนตัว),   เสริมพงศ์ พูลสวัสดิ์,   สุกัญญา สมานสี,   จารุวรรณ ตีเมืองซ้าย,   วิไลวรรณ ริมทอง,   ชัยวุฒิ ญะเมืองมอญ,   พรปวีณ์ กิจทรัพย์บารมี,   ปรัชญา จุลเจิม,   พิมพ์พิสุทธิ์ ภู่เจริญ &   ปารมิตา คัมภ์บุญยอ &   พ.จ.อ.ธวัช ชูสาย
3 (Street King) 21 มิถุนายน 2569 6 กันยายน 2569 วีรนันท์ บุญเรือน   พ่อค้าเสน่ห์   ศรัณย์รัตน์ เธียรธุวพล
  ณชชนน ชูไพบูลย์
  แม่ค้าอ้อ,   สุเทพ เชื้อประดิษฐ์,   แม่ค้าญา,   แม่ค้าแอม,   พ่อค้าโอม,   วาสนา เดชเพียร,   แม่ค้านิดหน่อย,  /  แม่ค้าหมิว,   พ่อค้าฮวก &  /  แม่ค้าเก้า &  /  แม่ค้าต้า &   แม่ค้าข้าว &   แม่ค้ามิว &   พ่อค้าไอซ์ &   อรพรรณ กลิ่นพยอม &  /  แม่ค้าติ๋ว &  /  พ่อค้าฟลุ๊ค
21

สัญลักษณ์สี

    ลูกทีมของเชฟต้น
  ลูกทีมของเชฟแพม
  ลูกทีมของเชฟอาร์ต

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ "เปิดศึกพ่อค้าซ่า แม่ค้าแซ่บ "The Restaurant War Thailand"". มายาแชนแนล. 30 สิงหาคม 2024. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2024-10-08. สืบค้นเมื่อ 29 กันยายน 2024.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]