The Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ
| The Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ | |
|---|---|
| ประเภท | เรียลลิตีโชว์, การทำอาหาร |
| สร้างโดย | กิติกร เพ็ญโรจน์ บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด |
| ดำเนินรายการโดย | สัญญา ธาดาธนวงศ์ |
| แสดงนำ |
|
| กรรมการ | วิลเมนต์ ลีออง |
| ประเทศต้นกำเนิด | |
| ภาษาต้นฉบับ | ภาษาไทย |
| จำนวนฤดูกาล | 3 |
| จำนวนตอน | 36 |
| การผลิต | |
| ระยะเวลา | 110-120 นาที |
| บริษัทผู้ผลิต | บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด |
| การเผยแพร่ต้นฉบับ | |
| เครือข่าย | ช่อง 7HD |
| ออกอากาศ | 22 กันยายน 2567 – 6 กันยายน 2569 |
The Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ เป็นรายการโทรทัศน์ไทยประเภทเรียลลิตีโชว์การแข่งขันทำอาหารแบบทีมของพ่อค้าและแม่ค้าจากร้านอาหารข้างถนนร้านต่าง ๆ ดำเนินรายการโดย กอล์ฟ - สัญญา ธาดาธนวงศ์ โดยมีเชฟวิลแมน - วิลเมนต์ ลีออง เป็นครูใหญ่ และมีหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอน (Head Chef Trainer) ได้แก่ เชฟต้น - ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร, เชฟแพม - พิชญา สุนทรญาณกิจ และ เชฟอาร์ต - ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ ผลิตรายการโดย บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2567 ทางช่อง 7HD ปัจจุบันออกอากาศมาแล้ว 3 ฤดูกาล
ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ 3 ได้ปรับชื่อรายการเป็น Restaurant War Street King Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ และปรับวัตถุประสงค์ของการแข่งขันเล็กน้อยเป็นการหาพ่อค้าหรือแม่ค้าร้านอาหารข้างถนนที่ดีที่สุดโดยตรง พร้อมกับขยายการออกอากาศบนเน็ตฟลิกซ์ จากเดิมที่เผยแพร่ใน 25 ประเทศในทวีปเอเชียในฤดูกาลที่ 2 เป็น 190 ประเทศทั่วโลก
รูปแบบรายการ
[แก้]The Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ เป็นรายการเรียลลิตีโชว์การแข่งขันทำอาหารที่บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด คิดและผลิตขึ้นเอง โดยรับสมัครพ่อค้าและแม่ค้าจากร้านอาหารข้างถนน ตลาดนัด อาหารตามสั่ง หรือภัตตาคารขนาดเล็กร้านต่าง ๆ มาแข่งขันทำอาหาร โดยแบ่งออกเป็น 3 ทีม มีครูใหญ่เป็นกรรมการตัดสินหลัก และมีหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนประจำทีมเป็นผู้สอนการทำอาหารให้ลูกทีมของตน เพื่อพัฒนาเป็นเชฟในอนาคต[1]
The Restaurant War Thailand ศึกพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ แบ่งการแข่งขันออกทั้งหมด ดังนี้
รอบคัดเลือก (Audition)
[แก้]ฤดูกาลที่ 1
[แก้]ในฤดูกาลที่ 1 จะแบ่งออกเป็น 2 รอบ ดังนี้
- รอบที่ 1 – ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม สร้างคาแรกเตอร์ และนำเสนออาหารที่ขายปกติให้โดดเด่นภายในเวลา 30 วินาที เพื่อให้ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนพิจารณาเป็นเบื้องต้น
- รอบที่ 2 – ผู้เข้าแข่งขันจะต้องนำเมนูที่ร้านของตัวเองมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่ให้มีความโดดเด่น และมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ภายในเวลา 60 นาที และนำเสนอเมนูใหม่ดังกล่าว เพื่อให้หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนคัดเลือกเข้าเป็นลูกทีมของตน โดยการคัดเลือกแบ่งออกเป็นดังนี้
- หากไม่มีหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนคนใดเลือกเลย ผู้เข้าแข่งขันจะตกรอบทันที
- หากมีหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเลือก 1 คน ผู้เข้าแข่งขันจะเข้าทีมของหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนคนนั้นทันที
- หากมีหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเลือกมากกว่า 1 คน ผู้เข้าแข่งขันจะมีสิทธิ์เลือกหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเพื่อเข้าทีม
โดยลูกทีมของแต่ละทีมจะได้รับผ้ากันเปื้อนสีประจำทีมนั้น ๆ โดยหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของแต่ละทีมจะมีลูกทีมได้ไม่เกิน 6 คน
ฤดูกาลที่ 2
[แก้]ในฤดูกาลที่ 2 ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะได้แข่งขันในรอบจริงทันทีโดยไม่มีการคัดเลือก ซึ่งทีมจะถูกเลือกโดยการจับฉลาก
ฤดูกาลที่ 3 (Street King)
[แก้]ในฤดูกาลที่ 3 ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างสรรค์เมนูอาหารของตนเอง (Signature Menu) โดยสามารถนำเมนูที่ขายประจำร้านหรือใช้ทักษะของตนเพื่อนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอื่น ๆ ก็ได้ แต่ต้องสามารถทำให้ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนประทับใจให้ได้ ซึ่งจะมีเวลาในการทำอาหาร 60 นาที ส่วนรูปแบบการคัดเลือกจะใช้เหมือนกับฤดูกาลที่ 1 ทุกประการ เพียงแต่ในฤดูกาลนี้ ครูใหญ่จะให้โอกาส 3 คนที่ทำผลงานได้ดีแต่ไม่ถูกเลือกอีกครั้ง โดยครูใหญ่จะเป็นผู้ที่เลือกเข้าทีม ๆ ละ 1 คนด้วยตนเอง
รอบการแข่งขันจริง
[แก้]ในรอบการแข่งขันจริง จะแข่งกันกัน 2 รอบต่อสัปดาห์ ดังนี้
รอบแรก
[แก้]Individual Challenge
[แก้]โจทย์นี้ใช้ในฤดูกาลที่ 1 และ 2 โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างสรรค์เมนูอาหารข้างถนนตามโจทย์ที่กำหนด ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 45 นาที หลังจากนั้น หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของแต่ละทีมจะชิมอาหารของลูกทีมของตน และเลือก 2 จานที่ดีที่สุดของทีมของตน รวมเป็น 6 จาน เพื่อให้คณะกรรมการ (ประกอบด้วยครูใหญ่และแขกรับเชิญอีกสัปดาห์ละ 2 คน) ชิมและตัดสินหาจานที่ดีที่สุด โดยจานที่เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ลงไปจะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ผู้ที่ได้เป็นจานที่ดีที่สุดจะได้รับสิทธิพิเศษในโจทย์ถัดไป
Challenge of Taste (ศึกวัดรสชาติ)
[แก้]โจทย์นี้ใช้ในฤดูกาลที่ 3 (สลับกับ Creative Cooking Challenge) โดยในโจทย์นี้จะตัดสินในเรื่องรสชาติอาหารและความถูกต้องตามโจทย์ ซึ่งหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนทั้ง 3 คนจะเป็นผู้ตัดสินจานอาหารแบบ Blind Testing โดยครูใหญ่และพิธีกรจะเป็นผู้คัดเลือกจานอาหาร 4 จานเพื่อให้หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนชิมและตัดสินเพื่อหาจานที่ดีที่สุดต่อไป ซึ่งหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะไม่ทราบเลยว่า 4 จานอาหารดังกล่าว จะมีจานของทีมตนเองหรือไม่ ทั้งนี้ ผู้ชนะในโจทย์นี้จะได้รับสิทธิพิเศษต่อไป
Creative Cooking Challenge (บททดสอบเพิ่มความคิดสร้างสรรค์)
[แก้]โจทย์นี้ใช้ในฤดูกาลที่ 3 (สลับกับ Challenge of Taste) โดยในโจทย์นี้จะคล้ายกับรอบ Individual Challenge นั่นคือ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของอาหารข้างถนนให้แปลกใหม่ โดยจะแข่งขันทั้งหมด 2 เมนู ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องประชุมโดยมีเวลา 90 วินาทีเพื่อแบ่งเมนูกันเองกับเพื่อนร่วมทีม ในโจทย์นี้ จะมีกรรมการรับเชิญ 2 คนเพื่อตัดสินอาหารร่วมกับครูใหญ่ ผู้ชนะจะได้รับสิทธิพิเศษต่อไป
รอบคัดออก
[แก้]ในรอบนี้ แบ่งเป็นทั้งหมด 3 โจทย์ โดยจะสลับปรับเปลี่ยนทุกสัปดาห์ ดังนี้
Restaurant War
[แก้]แต่ละทีมจะต้องทำอาหารในสัญชาติและรูปแบบที่กำหนด เพื่อให้คณะกรรมการพิเศษชิมอาหาร และลงคะแนนเพื่อหาทีมที่ชนะ 1 ทีม โดยมีวัตถุดิบหลักหรืออุปกรณ์ในการทำอาหาร 3 อย่าง ซึ่งผู้ชนะในรอบ Individual Challenge เลือกมอบให้ทั้ง 3 ทีม (หรือในบางตอน ทั้ง 3 ทีมจะได้วัตถุดิบเดียวกัน แต่ผู้ชนะในรอบ Individual Challenge จะได้รับสิทธิพิเศษอื่นๆ อาทิ สวิงมหัศจรรย์, สวิตซ์ปิดไฟห้องบัญชาการ เป็นต้น) จากนั้นแต่ละทีมจะมีเวลา 60 นาที ในการประชุมกับหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเกี่ยวกับเมนูอาหารที่จะทำ รวมถึงการทำงานของผู้เข้าแข่งขันในครัว หลังจากนั้นทุกทีมจะมีเวลา 90 นาที (60 นาทีในช่วงปลายฤดูกาลที่ 1) ในการทำอาหารตามที่วางแผนไว้ให้สมบูรณ์และครบถ้วน โดยหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะสามารถทำได้เฉพาะการสังเกตการทำงานของผู้เข้าแข่งขันจากภาพกล้องวงจรปิดในห้องบัญชาการ แต่หากต้องการเรียกสมาชิกทีมมาพูดคุย ให้กดปุ่มที่มีชื่อของสมาชิกคนนั้น โดยระหว่างที่หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเรียกสมาชิกทีมไปพูดคุย สมาชิกทีมที่เหลือจะต้องหยุดการทำงานชั่วคราวในขณะที่เวลาจะยังคงนับถอยหลังต่อไป แต่หากครูใหญ่เห็นว่าการทำงานของทั้ง 3 ทีมเกิดปัญหาใหญ่จนหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนเริ่มไม่สามารถควบคุมได้ ครูใหญ่สามารถอนุญาตให้หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนออกไปช่วยลูกทีมได้ภายในระยะเวลาที่จำกัดไว้
หลังจากคณะกรรมการชิมและตัดสินเมนูของทั้ง 3 ทีมแล้ว จะมีการส่งจดหมายไปยังห้องพักของแต่ละทีม เพื่อสรุปผลการแข่งขัน โดยทีมที่ชนะ 1 ทีม จะไม่มีลูกทีมที่ถูกคัดออกในสัปดาห์นั้น ๆ ส่วนอีก 2 ทีมที่แพ้ หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะต้องเลือกผู้เข้าแข่งขันในทีมของตนทีมละ 2 คน ไปให้ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมที่ชนะเพื่อตัดสินหาผู้ที่ถูกคัดออกต่อไป
ตั้งแต่ฤดูกาลที่ 2 ภายในห้องบัญชาการของหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอน นอกจากปุ่มกดเพื่อเรียกผู้เข้าแข่งขัน ยังมีปุ่มอีก 1 ปุ่ม นั่นคือ ปุ่มปลดล็อค (หรือ ปุ่มสีแดงในฤดูกาลที่ 2) โดยหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะมีสิทธิ์ 1 ครั้ง/คน/สัปดาห์ ในการกดเพื่อปลดล็อกประตูและออกไปบัญชาการแก่ลูกทีมในระยะประชิดได้เป็นเวลา 90 วินาที
Challenge on Street (สงครามสตรีตฟูด)
[แก้]โจทย์นี้เริ่มใช้ในฤดูกาลที่ 3 โดยในโจทย์นี้จะแข่งขันแบบเดี่ยว ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องเปิดร้านอาหารของตนเพื่อขายให้กับลูกค้าในสถานการณ์จริง และจะแข่งขันนอกสถานที่ โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องคิดเมนู ตั้งราคาขาย และวางกลยุทธ์ในการขายด้วยตนเอง ในโจทย์นี้ จะตัดสินในเรื่องยอดขาย โดยผู้ที่ทำยอดขายได้น้อยที่สุดหลังจากสิ้นสุดการขายจะถูกคัดออกทันที ทั้งนี้ ผู้ชนะในรอบแรกจะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบต่อไปทันทีโดยไม่ต้องแข่งขันในโจทย์นี้ นอกจากนี้ จะได้รับสิทธิพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติม อาทิ เพื่อนร่วมทีมจะได้เปิดร้านอาหารก่อนทีมอื่น 10 นาที, เป็นแขก VVIP ซึ่งจะสามารถซื้ออาหารของผู้เข้าแข่งขันคนใดก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นของเพื่อนร่วมทีม
The Ultimate Chef Battle (ศึกล้มเชฟ)
[แก้]โจทย์นี้เริ่มใช้ในฤดูกาลที่ 3 โดยในโจทย์นี้ จะมีเชฟมืออาชีพทั้งหมด 3 คน มาดวลกับผู้เข้าแข่งขัน โดยผู้ชนะในรอบแรกจะได้สิทธิจับคู่ดวลเชฟมืออาชีพให้กับทีมอื่น ๆ รวมถึงทีมของตน หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะมีเวลา 15 นาทีในการประชุมและให้คำปรึกษากับผู้เข้าแข่งขัน และคัดเลือก 2 คนเพื่อแข่งขันกับเชฟมืออาชีพ ในโจทย์นี้ จะตัดสินในเรื่องรสชาติและการชูวัตถุดิบหลัก และมีกรรมการรับเชิญ 2 คนเพื่อตัดสินอาหารร่วมกับครูใหญ่ นอกจากนี้ ในระหว่างการแข่งขัน หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนจะต้องอยู่ในห้องบัญชาการโดยไม่สามารถสั่งการใด ๆ ทั้งสิ้น
- หาก 1 คน (จาก 2 คนในทีม) สามารถชนะเชฟมืออาชีพได้ ผู้ชนะและเพื่อนร่วมทีมจะไม่มีใครถูกคัดออกและผ่านเข้ารอบต่อไปทันที
- หากทั้ง 2 คนไม่สามารถชนะเชฟมืออาชีพได้ จะถือว่าทีมดังกล่าวแพ้การแข่งขันโดยปริยาย ซึ่งหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมดังกล่าวจะต้องเลือกผู้เข้าแข่งขันในทีมของตนทีมละ 2 คน ไปให้ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมที่ชนะเพื่อตัดสินหาผู้ที่ถูกคัดออกต่อไป
การคัดออก
[แก้]ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมที่ชนะจะสอบถามผู้ที่ถูกเสนอชื่อหรือผู้ที่ทำยอดขายได้น้อยถึงข้อผิดพลาดในระหว่างการแข่งขัน หรือถามเกี่ยวกับผู้ที่ควรถูกคัดออก แล้วแต่กรณี และเมื่อผู้เข้าแข่งขันตอบคำถามเสร็จสิ้นแล้ว ครูใหญ่และหัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมที่ชนะจะปรึกษาหารือกันเพื่อตัดสินหาผู้ที่ถูกคัดออก
ก่อนการประกาศผู้ที่ถูกคัดออก หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนของทีมที่ชนะสามารถใช้สิทธิ์เลือกผู้เข้าแข่งขันคนดังกล่าวให้ย้ายมาอยู่ทีมของตัวเองหรือไม่ก็ได้ แต่หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนแต่ละคน จะสามารถใช้สิทธิ์นี้ได้เพียง 1 ครั้งในแต่ละฤดูกาล และเมื่อตัดสินใจว่าจะใช้สิทธิ์หรือไม่แล้ว ครูใหญ่จะตัดสินผู้เข้าแข่งขันให้คืนผ้ากันเปื้อนและออกจากการแข่งขัน 1 คนในแต่ละสัปดาห์
ในสัปดาห์แรกของฤดูกาลที่ 2 และสัปดาห์ที่ 7 ของฤดูกาลที่ 3 ผู้เข้าแข่งขันทุกคนของ 2 ทีมที่แพ้ในรอบ Restaurant War จะต้องแข่งขันต่อในรอบ Individual Challenge เพื่อหาจานที่แย่ที่สุดที่จะถูกคัดออกทันที โดยคณะกรรมการในการชิมและตัดสินอาหารจะประกอบด้วยครูใหญ่ หัวหน้าเชฟผู้ฝึกสอนที่ชนะในรอบก่อนหน้า และแขกรับเชิญอีก 1 คน โดยจะตัดสินจานอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคน
และในสัปดาห์ที่ 10 ของฤดูกาลที่ 2 รอบ Individual Challenge ได้ถูกใช้เป็นรอบคัดออกอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ จะมีแขกรับเชิญ 2 คนมาชิมและตัดสินอาหารร่วมกับครูใหญ่ โดยจะตัดสินจานอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคนเช่นเดิม
รอบพิเศษ
[แก้]Challenge of Steal (ศึกชิงลูกทีม)
[แก้] ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ผู้ดำเนินรายการ
[แก้]| พิธีกร | ฤดูกาล | ||
|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | |
| สัญญา ธาดาธนวงศ์ | ✔ | ||
| ครูใหญ่ | ฤดูกาล | ||
| 1 | 2 | 3 | |
| วิลเมนต์ ลีออง | ✔ | ||
| หัวหน้าเชฟ ผู้ฝึกสอน |
ฤดูกาล | ||
| 1 | 2 | 3 | |
| ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร | ✔ | ||
| พิชญา สุนทรญาณกิจ | ✔ | ||
| ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ | ✔ | ||
ภาพรวมในแต่ละฤดูกาล
[แก้]| ฤดูกาล | ออกอากาศ ครั้งแรก |
ออกอากาศรอบ ชิงชนะเลิศ |
ผู้ชนะเลิศ | รองชนะเลิศอันดับที่ 1 | รองชนะเลิศ | ผู้เข้าแข่งขันตัวจริง (เรียงตามลำดับคนออก) |
จำนวนผู้เข้าแข่งขันตัวจริง | จำนวนตอน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 22 กันยายน 2567 | 15 ธันวาคม 2567 | อารฟา บือราแง | / ธนเดช สารคุณ ปรัชญา คำแหง ภาสน โรมวิสัย |
ชาคริต อยู่ฤทธิ์, เนตรดาว จันที, สราวุธ อ่ำสะอาด, สุภาชาติ สวยงาม, วศิน ศรีประสิทธิพร, โชติกา ฮวดลิ้ม (ถอนตัว), เชษฐา บุดดาโจม, สุทธิศักดิ์ เกิดอุดม, ฉกรรจ์ บุญชนะ, / ศิวัช เทียวพานิช, วรรณวิสา ประทุมวัน & ณัฐพล นาคผ่อง & ภาณิชา ฐานิสรกุลนาถ & สุรภี จันทราภรณ์ |
18 | 12 | |
| 2 | 22 มิถุนายน 2568 | 7 กันยายน 2568 | รศิกาญจน์ รุ่งลักษมีโรจน์ | ธวัชชัย สุจริต | เนตรชนก รัตตะมณี / / ณภาส์ณัฐ รักษาชาติ จิตรลดา แต่ศักดาธรรม |
ฉัตรฤดี พรมเกตุสกุล, ไวภพ ยอดแสวง, ศุภณัฐ มั่งคั่ง (ถอนตัว), เสริมพงศ์ พูลสวัสดิ์, สุกัญญา สมานสี, จารุวรรณ ตีเมืองซ้าย, วิไลวรรณ ริมทอง, ชัยวุฒิ ญะเมืองมอญ, พรปวีณ์ กิจทรัพย์บารมี, ปรัชญา จุลเจิม, พิมพ์พิสุทธิ์ ภู่เจริญ & ปารมิตา คัมภ์บุญยอ & พ.จ.อ.ธวัช ชูสาย | ||
| 3 (Street King) | 21 มิถุนายน 2569 | 6 กันยายน 2569 | วีรนันท์ บุญเรือน | พ่อค้าเสน่ห์ | ศรัณย์รัตน์ เธียรธุวพล ณชชนน ชูไพบูลย์ |
แม่ค้าอ้อ, สุเทพ เชื้อประดิษฐ์, แม่ค้าญา, แม่ค้าแอม, พ่อค้าโอม, วาสนา เดชเพียร, แม่ค้านิดหน่อย, / แม่ค้าหมิว, พ่อค้าฮวก & / แม่ค้าเก้า & / แม่ค้าต้า & แม่ค้าข้าว & แม่ค้ามิว & พ่อค้าไอซ์ & อรพรรณ กลิ่นพยอม & / แม่ค้าติ๋ว & / พ่อค้าฟลุ๊ค |
21 | |
สัญลักษณ์สี
- ลูกทีมของเชฟต้น
- ลูกทีมของเชฟแพม
- ลูกทีมของเชฟอาร์ต
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "เปิดศึกพ่อค้าซ่า แม่ค้าแซ่บ "The Restaurant War Thailand"". มายาแชนแนล. 30 สิงหาคม 2024. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2024-10-08. สืบค้นเมื่อ 29 กันยายน 2024.