Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่
| Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ | |
|---|---|
| ประเภท | เกมโชว์ตอบปัญหาวิชาการตามแนวทางสะเต็มศึกษา |
| พัฒนาโดย | บางจาก คอร์ปอเรชั่น |
| ดำเนินรายการโดย |
|
| แสดงนำ |
|
| บรรยายโดย | กฤษกร เดชฉ่ำ |
| ประเทศต้นกำเนิด | ประเทศไทย |
| ภาษาต้นฉบับ | ภาษาไทย |
| จำนวนฤดูกาล | 3 |
| จำนวนตอน | 45+1 |
| การผลิต | |
| สถานที่ถ่ายทำ | เวิร์คพอยท์สตูดิโอ |
| การจัดวางกล้อง | หลายกล้อง |
| ระยะเวลา | 90 นาที |
| บริษัทผู้ผลิต | เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ |
| การเผยแพร่ต้นฉบับ | |
| เครือข่าย | ช่องเวิร์คพอยท์ |
| ออกอากาศ | 3 เมษายน 2567 – 23 กันยายน 2569 |
| รายการที่เกี่ยวข้อง | |
Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ (อังกฤษ: STEM WAR[1]) เป็นรายการโทรทัศน์ไทยประเภทเกมโชว์แข่งขันตอบปัญหาเชิงวิชาการตามแนวทางสเตมศึกษาของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนต่าง ๆ ผลิตรายการโดย บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้การสนับสนุนจาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ออกอากาศทุกวันพุธ เวลา 20:15 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2567[2]
ผู้ดำเนินรายการ
[แก้]- พิธีกร —
- ฤดูกาลที่ 1 — กันต์ กันตถาวร
- ฤดูกาลที่ 2 —
- ฤดูกาลที่ 3 —
- ภาคภูมิ จงมั่นวัฒนา (พิธีกรพิเศษใน EP.0 : Road to GENWIT SS3)
- ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์
- อาจารย์ที่ปรึกษา —
- รองศาสตราจารย์ สุรเชษฐ์ หลิมกำเนิด (อ.ยอ) — อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- รองศาสตราจารย์ ณัฏฐวี เนียมศิริ (อ.ปอ) — อาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- ผู้ดูแลห้องปฏิบัติการ (Lab Boy) — อำพล ขวัญพัก (ครูกาแฟ)
รูปแบบรายการ
[แก้]รายการคัดเลือกนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนต่าง ๆ จำนวน 16 โรงเรียนในฤดูกาลที่ 1 และฤดูกาลที่ 2 และ 24 โรงเรียนในฤดูกาลที่ 3 ที่มีความสามารถในการตอบปัญหาเชิงวิชาการตามแนวทางสเตมศึกษา (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) เพื่อเข้าร่วมรายการ (ในฤดูกาลที่ 2 และฤดูกาลที่ 3 คัดเลือกผ่านการ Audition จาก 36 ทีม) ประกบคู่ด้วยการจับสลากในฤดูกาลที่ 1 และฤดูกาลที่ 2 และจับสลากแบ่งสายจัดกลุ่มการแข่งขัน แบบแข่ง 3 ทีมในฤดูกาลที่ 3 และแข่งขันแบบแพ้คัดออกทุก ๆ สัปดาห์ ทั้งหมด 4 รอบ คือ รอบแรก, รอบก่อนรองชนะเลิศ, รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ แบ่งออกเป็นเกมต่าง ๆ ซึ่งเปลี่ยนแปลงในแต่ละรอบ ดังนี้
เกมที่ 1: Speedy Quiz
[แก้]เกมนี้เป็นเกมเดียวที่ผู้เข้าแข่งขันสามารถสะสมค่าพลัง (Energy) ได้ โดยผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมซึ่งมีทีมละ 4 คน รวมตอนละ 8 คน จะต้องตอบคำถาม 8 ข้อ ข้อละ 3 ตัวเลือก หลังจากเปิดตัวเลือกครบ จะจับเวลา 3 วินาทีในการตอบ โดยในฤดูกาลที่ 1 และฤดูกาลที่ 2 เป็นการตอบแบบรายบุคคล ไม่สามารถปรึกษากันในทีมได้ หากตอบถูกจะได้รับค่าพลัง 1 หน่วยพลัง/คน และหากทุกคนในทีมตอบถูกในข้อนั้น ๆ (Perfect Score) จะได้รับค่าพลังเพิ่มอีก 1 หน่วยพลัง รวมเป็น 5 หน่วยพลัง ทำให้จะมีค่าพลังที่แต่ละทีมจะได้รับมากที่สุด คือ 40 หน่วยพลัง
ในฤดูกาลที่ 3 มีการปรับเปลี่ยนกติกา โดยยังคงมีคำถาม 8 ข้อ ข้อละ 3 ตัวเลือกเช่นเดิม โดยใน 4 ข้อแรก จะเป็นการเล่นรูปแบบทีม และใน 4 ข้อหลัง จะเป็นการผลัดการส่งตัวแทน ข้อละ 1 คน แบบไม่ซ้ำสมาชิกในทีมมาตอบคำถาม ซึ่งทุกข้อ ทีมที่ตอบคำถามถูก จะได้รับค่าพลังทีมละ 3 หน่วยพลัง แต่ถ้าหากตอบคำถามถูกทีมเดียว (The Only 1) ทีมนั้นจะได้รับค่าพลังไป 5 หน่วยพลัง
ในรอบก่อนรองชนะเลิศ มีการปรับรูปแบบเกมเล็กน้อย โดย 4 ข้อแรกเล่นเหมือนรอบแรกทุกประการ แต่ทีมที่ทำ Perfect Score ได้ จะได้สิทธิ์เปิดกล่องสุ่มในเกมที่ 2 เพิ่ม 1 กล่อง/ครั้ง และใน 4 ข้อสุดท้าย ทั้ง 2 ทีมจะต้องส่งตัวแทนออกมาตอบคำถามข้อละ 1 คนโดยไม่ซ้ำ หากทีมใดทีมหนึ่งตอบคำถามถูก จะได้รับ 5 หน่วยพลัง แต่หากตอบถูกทั้ง 2 ทีม จะได้รับทีมละ 3 หน่วยพลัง[3]
ในรอบก่อนรองชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 คำถามจะมี 5 ข้อ และเป็นการดวลแบบตัวต่อตัว (Head To Head) โดยก่อนเริ่มเกม จะมีสัญลักษณ์และชื่อวิชาประจำข้อนั้น ๆ แต่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลของข้อที่ 5. โดยแต่ละทีม ต้องพิจารณาข้อมูลสัญลักษณ์และชื่อวิชาแต่ละข้อ เพื่อส่งตัวแทนออกมาตอบคำถามข้อละ 1 คนโดยไม่ซ้ำกันในสี่ข้อแรก และเมื่อตอบคำถามข้อที่ 4. เสร็จสิ้น รายการจะเปิดเผยสัญลักษณ์และชื่อวิชาของข้อที่ 5. แล้วให้แต่ละทีมส่งสมาชิก MVP ของทีมมาตอบคำถามข้อนั้น โดยวิธีการคิดคะแนน ทีมที่ตอบคำถามถูก จะได้รับค่าพลังทีมละ 3 หน่วยพลัง แต่ถ้าหากตอบคำถามถูกทีมเดียว (The Only 1) ทีมนั้นจะได้รับค่าพลังไป 5 หน่วยพลัง
ในรอบรองชนะเลิศ มีการเพิ่มบัตร (Card) จำนวน 10 ใบ ซึ่งตรงกลางมีรูปภาพที่เกี่ยวกับคำถาม ให้ทั้ง 2 ทีมสลับกันเลือกบัตรทีมละ 4 ใบ รวม 8 ใบ โดยทีมที่ผ่านเข้ารอบมาก่อนจะได้เลือกบัตรก่อน และยังคงมีการส่งตัวแทน 1 คนตอบคำถาม 4 ข้อสุดท้ายเช่นเดิม
ในรอบชิงชนะเลิศ มีการปรับรูปแบบเกมใหม่ทั้งหมด โดยเพิ่มจำนวนคำถามจาก 8 ข้อ เป็น 10 ข้อ และผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมซึ่งเพิ่มเป็น 5 คน รวม 10 คนในรอบนี้ สามารถปรึกษากันได้ทุกข้อ และกดปุ่มตอบได้ทุกเมื่อแม้ยังเปิดตัวเลือกไม่ครบ หลังกดปุ่มเสร็จ จะจับเวลา 3 วินาทีในการตอบ หากตอบถูกจะได้รับ 5 หน่วยพลังทันที แต่หากตอบผิดหรือตอบไม่ทัน จะหมดสิทธิ์ตอบคำถามในข้อนั้น ๆ และหากทีมตรงข้ามตอบถูก จะได้รับ 3 หน่วยพลัง
เกมที่ 2
[แก้]ตั้งแต่เกมนี้ ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้เครื่องมือจากห้องปฏิบัติการ (Laboratory) มาช่วยหาคำตอบได้ โดยแบ่งเป็น 3 เกมตามรอบ ดังนี้
Scene Analysis
[แก้]เกมนี้ใช้ในรอบแรกของฤดูกาลที่ 1และฤดูกาลที่ 2 และรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยจำลองเหตุการณ์สมมุติที่เปลี่ยนแปลงไปทุกสัปดาห์ ให้ทั้ง 2 ทีมสืบหาความจริงให้ถูกต้องด้วยหลักสเตมศึกษา โดยมีคำถาม 2 ชุดที่แตกต่างกัน (ในเหตุการณ์สมมุติเดียวกัน) ทีมที่มีค่าพลังมากกว่าจะได้เลือกชุดคำถามก่อน เกมนี้จะเริ่มใช้ค่าพลังที่สะสมมาจากเกมแรก โดยระหว่างหาคำตอบจะลดลง 1 หน่วยพลัง/นาที หากตอบผิดจะถูกหักครั้งละ 5 หน่วยพลัง และหากค่าพลังเหลือ 0 หรือน้อยกว่า (ไม่ว่าจากการตอบผิดจนค่าพลังถูกหักจนเหลือ 0 หรือน้อยกว่า หรือปล่อยให้ค่าพลังถูกหักจนหมด) ถือว่าทีมนั้นไขปริศนาไม่สำเร็จและสิ้นสุดการเล่นในคำถามของทีมตัวเองทันที (แต่จะยังได้เล่นเกมที่ 3 ด้วยค่าพลัง 0 หน่วยพลัง)
ในฤดูกาลที่ 2 รอบแรกมีการปรับเปลี่ยนกติกาเล็กน้อย โดยหลังได้รับข้อมูลกลางจากสถานการณ์จำลองแล้ว ทีมที่มีค่าพลังมากกว่า จะได้เล่นก่อน โดยที่จะมีสิทธิ์เห็นชุดคำถามแบบไม่สมบูรณ์ทั้ง 2 ชุด และเลือกได้ว่า จะเลือกเล่นชุดคำถามใด
ในรอบก่อนรองชนะเลิศ มีการเพิ่มกล่องสุ่ม จำนวน 10 กล่อง[3] ทั้ง 2 ทีมสามารถเปิดกล่องได้ก่อน 1 กล่อง และมีสิทธิ์เปิดเพิ่มอีก 1 กล่อง/จำนวน Perfect Score ในเกมที่ 1 โดยของทั้งหมดในกล่องสุ่มมีดังนี้
- เพิ่ม 2/3 หน่วยพลัง (อย่างละ 1 กล่อง รวม 2 กล่อง)
- Search ฟรี 2 นาที (2 กล่อง, ใช้ตอนไหนก็ได้)
- เรียกสมาชิกคนที่ 5 ลงมาช่วยได้ 2 นาที (3 กล่อง, ใช้ตอนไหนก็ได้)
- ซื้อของฟรี 1 ชิ้นในเกมที่ 3 (1 กล่อง)
- ซื้อของ 1 แถม 1 ในเกมที่ 3 (1 กล่อง)
- สิ่งของระดับ Secret (1 กล่อง)
- จำกัดบริเวณคู่แข่งได้ 1 คนตลอดเกม (ใช้ตอนไหนก็ได้)
- ห้ามคู่แข่ง 1 คนพูดตลอดเกม (ใช้ตอนไหนก็ได้)
- ห้ามคู่แข่ง 1 คนใช้มือตลอดเกม (ใช้ตอนไหนก็ได้)
2 Minutes Challenge
[แก้]เกมนี้ใช้ในรอบรองชนะเลิศ เพื่อให้ทั้ง 2 ทีมสะสมค่าพลังเพิ่ม โดยการตอบคำถาม 6 ข้อ จากทั้งหมด 8 ข้อ โดยก่อนเริ่มตอบคำถาม จะมีบัตรตัวช่วย 8 ใบ ให้ทั้ง 2 ทีมสุ่มหยิบทีมละ 3 ใบ โดยแต่ละทีมจะไม่เห็นบัตรตัวช่วยของทีมตรงข้าม โดยบัตรตัวช่วยทั้งหมด มีดังนี้
- เรียกสมาชิกคนที่ 5 ลงมาช่วยได้ตลอดข้อ (มี 4 ใบ, ใช้ข้อไหนก็ได้)
- เปลี่ยนคำถาม (ใช้ได้ในข้อของตนเท่านั้น)
- สะท้อนคำถามกลับ (ใช้ได้ในกรณีทีมตรงข้ามโยนคำถามเท่านั้น)
- ลดเวลาคิดฝ่ายตรงข้าม 30 วินาที (ใช้ข้อไหนก็ได้)
- เพิ่มเวลาคิด 30 วินาที (ใช้ข้อไหนก็ได้)
หลังจากได้บัตรตัวช่วยแล้ว ทีมที่มีค่าพลังมากกว่าจะได้เลือกคำถามก่อน แต่คำถามที่ได้จะยังไม่สมบูรณ์ หลังอ่านแล้ว จะต้องตัดสินใจว่าจะเล่นเองหรือโยนให้ทีมตรงข้าม หลังจากนั้นพิธีกรจะอ่านคำถามเต็ม เมื่ออ่านจบแล้ว จะมีเวลา 3 วินาที ในการตัดสินใจเลือกใช้หรือไม่ใช้ตัวช่วยในข้อนั้น ๆ หลังจากนั้นจะมีเวลาหาคำตอบ 2 นาที เมื่อหมดเวลา ทีมที่เล่นคำถามนั้น ๆ จะต้องตอบทันที หากตอบผิด ทีมตรงข้ามจะสามารถกลับมาตอบคำถามเดิมได้ โดยในแต่ละข้อมีค่าพลังดังนี้
- หากทีมที่ได้คำถามเลือกเล่นเอง แล้วตอบถูก จะได้รับ 5 หน่วยพลัง แต่หากตอบผิดแล้วทีมตรงข้ามตอบถูก จะได้รับ 3 หน่วยพลัง
- หากทีมที่ได้คำถามเลือกโยน แล้วทีมตรงข้ามตอบถูก จะได้รับ 5 หน่วยพลัง แต่หากตอบผิด ทีมที่โยนคำถามจะได้รับ 3 หน่วยพลังทันที และหากตอบถูกอีก จะได้รับเพิ่มอีก 3 หน่วยพลัง รวมเป็น 6 หน่วยพลัง
3 Minutes Challenge
[แก้]เกมนี้ใช้ในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อให้ทั้ง 2 ทีมสะสมค่าพลังเพิ่ม โดยการตอบคำถาม 5 ข้อ และมีเวลาหาคำตอบ 3 นาที โดยระหว่างหาคำตอบในแต่ละข้อ เวลาจะนับถอยหลังเรื่อย ๆ และค่าพลังจะลดลงตามจำนวนเวลาที่ใช้ไป ตั้งแต่ 10 --> 7 --> 5 --> 3 --> 1 หน่วยพลังตามลำดับ หากตอบถูก จะได้รับค่าพลังตามจำนวนเวลาที่ตอบได้ แต่หากตอบผิด จะหมดสิทธิ์ตอบคำถามในข้อนั้น ๆ แต่ทีมตรงข้ามยังสามารถตอบคำถามได้ภายในเวลาตามค่าพลังที่เหลือ
3 Minutes Bid Challenge
[แก้]เกมนี้ใช้ในรอบรองชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 โดยเป็นเกมที่ถูกพัฒนามาจาก 3 Minutes Challenge แต่เพิ่มรูปแบบการประมูลเข้าไปด้วย โดยจะมีคำถาม 5 ข้อ โดยแต่ละข้อ ทั้งสองทีมจะได้เห็นของเกริ่นที่เกี่ยวข้องกับคำถามนั้น ๆ พร้อมกับได้ทราบส่วนของประโยคคำถามนั้นด้วย โดยทั้งสองทีมจะต้องแข่งกันประมูลเวลาสำหรับคิดคำตอบเพื่อชิงสิทธิ์ในการได้ตอบก่อน โดยเมื่อเริ่มประมูล ทั้งสองทีมจะต้องแข่งกันกดไฟ ทีมที่กดไฟได้ก่อน จะได้เริ่มประมูลก่อน โดยแต่ละทีมจะมีเวลาสำหรับใช้ประมูลตั้งต้นทีมละ 3 นาทีเท่ากัน ซึ่งทีมที่ประมูลได้เวลาน้อยกว่า จะถือว่าชนะประมูล หลังจากนั้น พิธีกรจึงจะอ่านรายละเอียดของคำถามทั้งหมด และทั้งสองทีมจึงเริ่มคิดคำตอบพร้อมกัน โดยทีมที่ชนะประมูลในข้อนั้น ๆ จะมีเวลาคิดคำตอบเท่ากับเวลาที่ประมูลได้ และได้สิทธิ์ในการตอบก่อน ส่วนอีกทีมที่แพ้ประมูล จะได้เวลาคิดคำตอบ 3 นาทีเต็ม โดยหากทีมที่ได้สิทธิ์ตอบก่อน แล้วตอบถูก จะได้รับ 5 หน่วยพลัง แต่หากตอบผิด สิทธิ์จะตกเป็นของอีกทีมที่จะได้คิดคำตอบต่อด้วยเวลาที่เหลืออยู่ และหากตอบถูก จะได้รับ 3 หน่วยพลัง
Tower Strike (ตีป้อม)
[แก้]เกมนี้ใช้ในรอบแรกของฤดูกาลที่ 3 โดยรูปแบบมีความคล้ายกับ เกมโมบา (Moba) ซึ่งแต่ละทีมจะถูกแบ่งเป็น 2 ป้อมเล็ก ป้อมละ 1 ชีวิต และ 1 ป้อมใหญ่ มี 2 ชีวิต รวมทั้งหมด 4 ชีวิต โดยสมาชิกทั้ง 4 คนจะต้องไปประจำป้อมเล็ก ป้อมละ 2 คน โดยทีมที่มีค่าพลังมากที่สุดจากเกมก่อนหน้า (เรียงลำดับจากมากไปน้อย) จะได้สิทธิ์ท้า 1 ทีมเพื่อแข่งขันกันตอบคำถาม และทีมที่ถูกท้าจะได้สิทธิ์เลือกหมวดวิชาในการตอบคำถาม ซึ่งเมื่อประกาศโจทย์เสร็จสิ้น ทั้ง 2 ทีมจะมีเวลาคิดคำตอบ 2 นาที ทีมที่กดปุ่มก่อนจะได้ตอบคำถามดังกล่าว
- หากตอบถูก ป้อมของทีมตรงข้ามจะแตก 1 ชีวิตทันที
- หากตอบผิด ป้อมของทีมตนเองจะแตก 1 ชีวิตทันที ทั้งนี้ ทีมตรงข้ามยังต้องตอบคำถามดังกล่าวเช่นเดิม โดยสามารถใช้เวลาคงเหลือในการคิดต่อได้ แต่หากตอบผิดหรือไม่สามารถคิดทันตามเวลาที่กำหนด ป้อมจะแตก 1 ชีวิตเช่นกัน
- หากทีมใดไม่สามารถคิดและกดปุ่มทันตามเวลาที่กำหนด ทีมดังกล่าวจะไม่มีสิทธิ์ตอบคำถามดังกล่าว และป้อมจะแตก 1 ชีวิตโดยปริยาย
โดยผู้ที่อยู่ในป้อมเล็กที่แตกแล้วจะต้องย้ายไปอยู่ประจำป้อมใหญ่ แต่ก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่ละทีมจะได้เลือกซื้อไอเทมสำหรับการแข่งขันในเกมนี้ โดยจำกัดการซื้อเพียงทีมละไม่เกิน 3 ไอเทม ซึ่งไอเทมที่สามารถซื้อได้มีทั้งหมด 8 อย่าง ซึ่งแต่ละอย่างจะมีราคาหน่วยพลังที่ไม่เท่ากัน ดังนี้
- รองเท้าตีไว (เพิ่มเวลาคิดคำตอบของทีมตนเอง 30 วินาที) – 5 หน่วยพลัง
- ค้อนสตัน (ลดเวลาคิดคำตอบของทีมตรงข้าม 30 วินาที) – 5 หน่วยพลัง
- กระจกเปลี่ยนความจริง (เปลี่ยนโจทย์ใหม่ในหมวดวิชาเดิม) – 10 หน่วยพลัง
- คทาแช่แข็ง (แช่แข่งคู่แข่ง 1 คนจากทีมตรงข้าม ซึ่งจะไม่สามารถช่วยคิดคำนวณได้) – 10 หน่วยพลัง
- หินวาร์ป (เปลี่ยนผู้เล่น 1 คน ต่อ 1 ครั้ง) – 10 หน่วยพลัง
- คัมภีร์อัญเชิญ (สามารถรวมทีมเพื่อช่วยคิดคำตอบได้ทั้ง 4 คน) – 15 หน่วยพลัง
- ดาบคริติคอล (ตอบคำถามได้อีก 1 ครั้งหากตอบผิด) – 15 หน่วยพลัง
- เกราะเกิด (คืนชีพหลังป้อมแตกได้ 1 ชีวิต) – 20 หน่วยพลัง (สามารถใช้ได้หลังจากป้อมแตกหมดแล้วเท่านั้น)
เมื่อทั้ง 3 ทีมท้าครบในรอบแรกแล้ว จะแข่งขันต่อในรอบที่ 2 และวนกลับมาที่ทีมแรกที่ท้าอีกครั้ง แต่จะไม่สามารถท้าทีมที่เคยท้าในรอบแรกได้อีก ในเกมนี้ หากทีมใดทำป้อมแตกทั้งหมด 4 ชีวิตก่อน เกมจะจบลงและทีมดังกล่าวจะถูกคัดออกทันที อย่างไรก็ตาม หากรอบที่ 2 ยังไม่มีทีมที่ทำป้อมแตกทั้งหมด เกมจะดำเนินต่อไปในรอบที่ 3 ซึ่งสามารถท้าทีมไหนก็ได้ และจะดำเนินเกมเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีทีมที่ทำป้อมแตกทั้งหมด
ในกรณีที่มี 2 ทีมป้อมแตกพร้อมกัน จะแข่งขันต่อในรอบหนีตาย (Survival Round) โดยใช้คำถามตัดสินและไม่จำกัดเวลาคิดคำตอบ ทีมที่กดปุ่มและตอบถูกก่อนจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไปทันที ส่วนอีกทีมจะถูกคัดออกโดยปริยาย
Bomb Code
[แก้]เกมนี้ใช้ในรอบก่อนรองชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 ในเกมนี้ ทั้งสามทีมจะต้องไขรหัส 4 หลัก เพื่อกู้ระเบิดพร้อมกัน โดยจะมีระเบิดอยู่ 5 ลูก (โจทย์ปัญหา 5 ข้อ) ลูกละ 2 นาที แต่ละทีมต้องแก้โจทย์ปัญหาเพื่อไขรหัส เพื่อหยุดเวลาระเบิดก่อนที่ระเบิดจะทำงาน โดยกรอกรหัสหยุดเวลาที่แท็บเล็ตประจำทีม โดยแต่ละทีม จะมีตัวประกันประจำข้ออยู่ ข้อละ 1 คน โดยหากทีมใดไขรหัสได้ถูกต้อง จะถือว่าหยุดเวลาระเบิด และรักษาตัวประกันไว้ได้ และได้นับเวลาที่เหลือก่อนระเบิดทำงานเป็นเวลาสะสมของแต่ละทีม แต่ถ้าหากทีมใดไม่สามารถไขรหัสได้ จะถือว่าหยุดเวลาระเบิดไม่สำเร็จ ทีมนั้นจะเสียสมาชิกที่เป็นตัวประกันไป (ไม่สามารถมีส่วนร่วมในการแก้โจทย์ปัญหาเพื่อหารหัสหยุดเวลาระเบิดในข้อถัดไปจนจบเกม) และแต่ละทีม จะสามารถกดรหัสหยุดเวลาระเบิดผิดได้ เท่ากับจำนวนหน่วยพลังที่สะสมได้จากเกมที่ 1 โดยถ้าหากใช้หน่วยพลังจนหมดแล้ว หรือเหลือ 0 หน่วยพลัง จะไม่สามารถกดรหัสหยุดเวลาระเบิดผิดได้อีก หากกดผิด ระเบิดลูกนั้นจะทำงานทันที
เกมนี้จะคัดทีมออก 1 ทีม โดยพิจารณาจากจำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่หลังเล่นข้อสุดท้ายเสร็จ ทีมที่มีจำนวนสมาชิกน้อยที่สุดจะตกรอบ ถ้าหากจำนวนสมาชิกเหลือเท่ากัน จะพิจารณาที่เวลาสะสมของเวลาที่เหลือก่อนระเบิดทำงาน ทีมที่มีเวลาสะสมน้อยที่สุดจะตกรอบ หรือถ้าหากมีทีมที่เสียสมาชิกในทีมครบทุกคนก่อนจะเล่นโจทย์ข้อสุดท้าย ทีมนั้นก็จะตกรอบ
เกมที่ 3: Final Battle
[แก้]เกมนี้ใช้ในรอบแรก รอบก่อนรองชนะเลิศ และรอบรองชนะเลิศ โดยทั้ง 2 ทีมจะได้ตอบคำถามในโจทย์เดียวกันพร้อมกันทั้งทีม หลังจากพิธีกรอ่านคำถามจบ ในบางตอน อาจารย์ที่ปรึกษาจะมอบสูตรคำนวณให้เป็นตัวช่วย หลังจากนั้น
- ในรอบแรก จะมีการประมูล (Bid Battle) สิ่งของ 3 ชิ้นที่เกี่ยวกับโจทย์ โดยใช้ค่าพลังที่เหลือเป็นตัวประมูล (แต่ในกรณีที่มีเพียงทีมเดียวที่มีค่าพลังเหลืออยู่ ของทั้ง 3 ชิ้นจะเป็นของทีมที่มีค่าพลังโดยอัตโนมัติโดยจ่ายเพียงชิ้นละ 1 หน่วยพลัง รวม 3 หน่วยพลัง) หลังจากประมูลแล้ว ทั้ง 2 ทีมจะได้หาคำตอบ โดยใช้เครื่องมือจากห้องปฏิบัติการได้ฟรีตลอดการไขปริศนา รวมถึงจ่ายครั้งละ 5 หน่วยพลังเพื่อสืบค้นข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่ม (Search) ครั้งละ 1 นาที ในฤดูกาลที่ 2 มีการปรับรูปแบบของประมูล โดยเป็นการประมูลของ 3 คู่ แต่ละคู่ จะให้ข้อมูลเดียวกัน แตกต่างกันที่ความยาก-ง่ายในการได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าว โดยในแต่ละคู่ ทีมที่สามารถประมูลได้ จะได้สิ่งของที่เลือกไว้ และอีกทีมจะได้สิ่งของที่ทีมที่สามารถประมูลได้ไม่ได้เลือกไว้
- ในรอบแรกของฤดูลกาลที่ 3 เป็นการแข่งขันของสองทีมที่เข้ารอบมาจากเกม Tower Strike และปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยมีปรัศนีประจำสัปดาห์ โดยปรัศนีจะมีความเกี่ยวข้องกับโจทย์ โดยหลังพิธีกรอ่านคำถามจบ ทางรายการจะให้แต่ละทีมวางแผน และส่งตัวแทนทีมละ 1 คน เพื่อสัมภาษณ์ข้อมูลที่เกี่ยวกับโจทย์จากปรัศนี โดยมีเวลาสัมภาษณ์ทีมละ 1 นาที เมื่อสัมภาษณ์เสร็จสิ้นทั้งสองทีมแล้ว เกมจะเริ่มขึ้น และทั้งสองทีม ยังสามารถสัมภาษณ์ปรัศนีได้อีกหากขาดข้อมูลใด ๆ
- ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ไม่มีการประมูล ทั้ง 2 ทีมจะได้หาคำตอบทันที ส่วนค่าพลังที่เหลือนั้นใช้ซื้ออุปกรณ์ตามที่แต่ละทีมต้องการในห้องปฏิบัติการตามราคาที่ระบุ รวมถึงซื้อกล่องสุ่มกล่องละ 3 หน่วยพลัง
- ในรอบรองชนะเลิศ เป็นการผนวกรวมเกม Scene Analysis โดยจำลองเหตุการณ์สมมุติ ให้ทั้ง 2 ทีมสืบหาความจริงให้ถูกต้องด้วยหลักสเตมศึกษา โดยมีการใช้ค่าพลังที่สะสมมาใน 2 เกมแรก ดังนี้
- การซื้ออุปกรณ์ตามที่แต่ละทีมต้องการในห้องปฏิบัติการตามราคาที่ระบุ
- เรียกสมาชิกคนที่ 5 ลงมาช่วยได้ตลอดเกม 10 หน่วยพลัง
- Search 2 นาที ครั้งละ 5 หน่วยพลัง
- การสอบถามนักแสดงในเหตุการณ์สมมุติ 1 หน่วยพลัง/คำถาม
หากทีมใดได้คำตอบแล้วสามารถกดปุ่มเพื่อตอบคำถามได้ทุกเมื่อ เมื่อมีการกดปุ่ม ทีมตรงข้ามจะต้องหยุดหาคำตอบ หากตอบผิด เกมจะดำเนินต่อ และจะต้องคิดหาคำตอบใหม่ แต่ยังตอบได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะมีทีมที่กดปุ่มและตอบคำถามถูก ทีมที่ตอบคำถามถูกก่อนจะเป็นทีมผู้ชนะประจำสัปดาห์ทันที ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และในฤดูกาลที่ 1 และฤดูกาลที่ 2 จะได้เล่นในเกม Escape Room เพื่อรับทุนการศึกษาเป็นรางวัลพิเศษ ส่วนในฤดูกาลที่ 3 รอบแรก จะได้รับทุนการศึกษาจากบางจาก คอร์ปอเรชั่นทันที 20,000 บาท โดยไม่มีเกม Escape Room
Crime Scene Analysis
[แก้]เกมนี้ใช้ในรอบก่อนรองชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 โดยเป็นเกมที่ถูกพัฒนามาจาก Scene Analysis แต่ปรับรูปแบบให้เป็นการจำลองเหตุการณ์คดีสมมุติที่เปลี่ยนแปลงไปทุกสัปดาห์ ให้ทั้ง 2 ทีมไขคดีและสืบหาความจริงให้ถูกต้องด้วยหลักสเตมศึกษา โดยทั้ง 2 ทีมจะได้ตอบคำถามในโจทย์เดียวกันพร้อมกันทั้งทีม และหาคำตอบโดยการเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อสืบค้นข้อมูลและค้นหาหลักฐาน โดยเวลาที่แต่ละทีมสะสมมาได้ในเกม Bomb Code จะถูกรวมกับเวลาตั้งต้น 5 นาที เพื่อใช้เป็นเวลาที่แต่ละทีมจะสามารถเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุได้ และหากในกรณีที่เกม Bomb Code เล่นระเบิดไม่ครบ 5 ลูก ระเบิดลูกที่เหลือจะแปรเปลี่ยนเป็นเวลาโบนัสเพิ่มอีกลูกละ 2 นาที โดยทุก ๆ ครั้งที่เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ จะต้องกดปุ่มจับเวลาทุกครั้งเพื่อให้เวลาเดิน และกดปุ่มหยุดเวลาทุกครั้งเมื่อออกจากพื้นที่ และสามารถเข้าพื้นที่เกิดเหตุได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่เมื่อใดที่ทีมใช้เวลาในพื้นที่เกิดเหตุจนหมด จะไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุได้อีก หากทีมใดได้คำตอบแล้วสามารถกดปุ่มเพื่อตอบคำถามได้ทุกเมื่อ เมื่อมีการกดปุ่ม ทีมตรงข้ามจะต้องหยุดหาคำตอบ หากตอบผิด เกมจะดำเนินต่อ และจะต้องคิดหาคำตอบใหม่ แต่ยังตอบได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะมีทีมที่กดปุ่มและตอบคำถามถูก ทีมที่ตอบคำถามถูกก่อนจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศทันที และจะได้รับทุนการศึกษาจากบางจาก คอร์ปอเรชั่นเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 บาททันที ส่วนทีมที่แพ้ในเกมนี้ จะยังมีโอกาสแก้ตัวอีกครั้งในรอบเพลย์ออฟ เพื่อหาอีก 1 ทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป
เกมที่ 4: Escape Room
[แก้]ผู้เข้าแข่งขันทุกคนในทีมผู้ชนะประจำสัปดาห์ จะต้องเข้าไปถอดรหัส 4 หลัก เพื่อออกมาจากห้อง Escape Room ซึ่งมีธีมที่เปลี่ยนแปลงในทุกสัปดาห์ โดยไม่ได้ยินเสียงของพิธีกรและอาจารย์ที่อยู่ด้านนอก ระยะเวลาที่ทั้งทีมใช้ได้ในเกมนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนค่าพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด (แต่จะได้เพิ่มอีก 5 หน่วยพลังก่อนเริ่มภารกิจ Escape Room) และจะถูกหัก 1 หน่วยพลัง/นาที ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ 1 จะสามารถกดรหัสผ่านได้เรื่อย ๆ โดยไม่ถูกลงโทษใด ๆ จนกว่าค่าพลังจะหมด ในฤดูกาลที่ 2 หากกดรหัสผิดทุก ๆ 3 ครั้ง เครื่องกดรหัสจะล็อกไม่สามารถกดรหัสได้ครั้งละ 10 วินาที ก่อนที่จะใส่รหัสได้อีกครั้ง โดยรหัสจะมีระดับความยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามรอบที่ลึกขึ้น หากสามารถถอดรหัสได้ทันเวลา จะได้รับรางวัลพิเศษเป็นทุนการศึกษาจากบางจาก คอร์ปอเรชั่น ดังนี้
- รอบแรก = 20,000 บาท
- รอบก่อนรองชนะเลิศ = 50,000 บาท
- รอบรองชนะเลิศ = 100,000 บาท
ในรอบชิงชนะเลิศ มีการปรับรูปแบบเกมใหม่ทั้งหมด ทั้ง 2 ทีมจะต้องซื้ออุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการตามราคาที่ระบุให้ครบทั้งหมดด้วยค่าพลังที่สะสมมาจาก 2 เกมแรก โดยทีมที่มีค่าพลังน้อยกว่าจะถูกเก็บตัว และให้ทีมที่มีค่าพลังมากกว่าเลือกซื้อก่อนเพื่อความยุติธรรม จากนั้นทั้ง 2 ทีมจะต้องเข้าไปเล่นเกมในห้อง Escape Room พร้อมกัน โดยแบ่งเป็น 2 ห้องที่มีรูปแบบเดียวกัน ทั้ง 2 ทีมจะต้องไขรหัส 5 กล่อง เพื่อให้ได้จิกซอว์ 5 ชิ้นสำหรับตีความเป็นรหัส 4 ตัวที่จะกด โดยไม่จำกัดเวลาแบบรอบก่อนหน้า แต่จำกัดสิทธิ์กดรหัสที่ 3 ครั้ง หากกดผิดครบ 3 ครั้ง ระบบคอมพิวเตอร์จะล็อกไม่สามารถกดรหัสได้ครั้งละ 5 นาที ทีมที่ถอดรหัสสำเร็จก่อนจะเป็นทีมแชมป์ประจำฤดูกาลนั้นทันที ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา 1,000,000 บาท จากบางจาก คอร์ปอเรชั่น ส่วนทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษา 500,000 บาท จากบางจาก คอร์ปอเรชั่น เช่นกัน[4]
ในรอบรองชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 มีการปรับรูปแบบ ทั้ง 2 ทีมจะต้องซื้ออุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการตามราคาที่ระบุให้ครบทั้งหมดด้วยค่าพลังที่สะสมมาจาก 2 เกมแรก โดยทีมที่มีค่าพลังน้อยกว่าจะถูกเก็บตัว และให้ทีมที่มีค่าพลังมากกว่าเลือกซื้อก่อนเพื่อความยุติธรรม จากนั้นทั้ง 2 ทีมจะต้องเข้าไปเล่นเกมในห้อง Escape Room พร้อมกัน โดยแบ่งเป็น 2 ห้องที่มีรูปแบบเดียวกัน ทั้ง 2 ทีมจะต้องไขรหัส 4 ชุด เพื่อให้ได้จิกซอว์ 4 ชิ้นสำหรับตีความเป็นรหัส 4 ตัวสุดท้ายที่จะกด โดยไม่จำกัดเวลาแบบรอบก่อนหน้า ทีมไหนที่กดรหัสสุดท้ายได้ถูกต้อง จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทันที และจะได้รับทุนการศึกษาจากบางจาก คอร์ปอเรชั่นเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 บาททันที
ในรอบชิงชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 ได้มีการปรับรูปแบบจากในรอบรองชนะเลิศเพิ่มเติมให้มีความยากและท้าทายมากขึ้น โดยใช้ชื่อว่า Final Escape Room โดยที่สมาชิกแต่ละทีมจะถูกแยกห้องออกจากกันและจะมีคนเดียวที่จะต้องเข้าไปพิชิตในห้องย่อยและตามหาเพื่อนร่วมทีม และในสามห้องสุดท้ายจะมีเพื่อนในทีมถูกขังในห้องละ 1 คน หากทำภารกิจในห้องย่อยห้องแรกสำเร็จก็จะสามารถไปช่วยเหลือเพื่อนในห้องถัด ๆ ไปได้ พร้อมทั้งได้สมาชิกในทีมของห้องนั้น ๆ ช่วยกันทำภารกิจได้ จนครบ 4 คนในห้องย่อยห้องสุดท้าย ในสามห้องย่อยแรกจะต้องไขรหัส 4 หลักให้ครบทุกห้อง โดยที่แต่ละห้อง จะมีโทรศัพท์ที่สามารถใช้ติดต่อกับสมาชิกในห้องอื่น ๆ ได้ โดยใช้ 1 หน่วยพลัง สามารถติดต่อได้ 1 นาที ส่วนห้องย่อยห้องสุดท้ายจะต้องไขรหัส Final Code 12 หลักเพื่อปลดล็อกห้องสุดท้ายเพื่อออกจาก Escape Room ทีมที่ถอดรหัสสำเร็จก่อนจะเป็นทีมแชมป์ประจำฤดูกาลนั้นทันที ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา 1,000,000 บาท จากบางจาก คอร์ปอเรชั่น ส่วนทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษา 500,000 บาท จากบางจาก คอร์ปอเรชั่น เช่นกัน
Mini Game
[แก้]เป็นเกมพิเศษเพื่อให้ทั้ง 2 ทีมสะสมค่าพลังเพิ่ม โดยจะใช้เกม 24 คือให้ใช้สัญลักษณ์ + − × ÷ ( ) สร้างสมการจากเลข 4 ตัวที่กำหนดให้มีผลลัพธ์รวม 24 ให้มากที่สุดในเวลา 2 นาที โดยจะได้รับ 1 หน่วยพลัง/สมการที่ถูกต้อง เกมนี้สามารถเกิดขึ้นได้เพียง 1 ครั้ง/แมตช์ ในรอบแรกและรอบก่อนรองชนะเลิศ ในกรณีที่รายการประเมินว่ามีทีมที่มีค่าพลังไม่เพียงพอสำหรับในเกมต่อไปอย่างน้อย 1 ทีม
ภาพรวมในแต่ละฤดูกาล
[แก้]| ฤดูกาล | ระยะเวลาออกอากาศ | จำนวน ตอน |
ทีมชนะเลิศ | ทีมรองชนะเลิศ | อ้างอิง | |||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ตอนแรก | รอบชิงชนะเลิศ | ชื่อทีม | โรงเรียน | จังหวัด | ชื่อทีม | โรงเรียน | จังหวัด | |||
| 1 | 3 เมษายน พ.ศ. 2567 | 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 | 15 | M-WITTY | โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ | จังหวัดนครปฐม | KVISTEMATIC | โรงเรียนกำเนิดวิทย์ | จังหวัดระยอง | [4] |
| 2 | 4 มิถุนายน พ.ศ. 2568 | 10 กันยายน พ.ศ. 2568 | SK SQUAD | โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย | กรุงเทพมหานคร | ANSWERS | โรงเรียนอำนวยศิลป์ | กรุงเทพมหานคร | [5] | |
| 3 | 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569 | 23 กันยายน พ.ศ. 2569 | 15+1 | ARISTOTRIAM | โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา | กรุงเทพมหานคร | MWIT SI KRUB | โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ | จังหวัดนครปฐม | |
รางวัล
[แก้]ในประเทศ
[แก้]| ปี | รางวัล | สาขา | ผล | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 2568 | Pantip Television Awards ครั้งที่ 4 | รายการเกมโชว์ยอดเยี่ยม | ชนะ | |
| รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 16 | รายการเกมโชว์และการแข่งขันยอดเยี่ยม | ชนะ | ||
| THAILAND MORAL AWARDS 2024 | รายการโทรทัศน์ | ชมเชย | ||
| 2569 | Pantip Television Awards ครั้งที่ 5 | รายการเกมโชว์ยอดเยี่ยม | ชนะ | |
| รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 | รายการเกมโชว์และการแข่งขันยอดเยี่ยม | ชนะ | เข้าชิง 2 รางวัล | |
| รายการสำหรับเยาวชนยอดเยี่ยม | เสนอชื่อเข้าชิง |
ระดับนานาชาติ
[แก้]| ปี | รางวัล | สาขา | ผล | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 2567 | เอเชียนเทเลวิชันอวอร์ดส์ ครั้งที่ 29 | Best Quiz or Game Programme | เสนอชื่อเข้าชิง | |
| เอเชียนอะคาเดมีครีเอทีฟอวอร์ดส์ 2024 | Best Game or Quiz Programme | National Winner และ เสนอชื่อเข้าชิง |
||
| 2568 | ContentAsia Awards 2025 | Best Original Game Show Made in Asia | Winner Silver Award[6] |
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "STEM WAR". Workpoint World Wide (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 21 เมษายน 2025.
- ↑ "บางจากฯ ก้าวสู่ทศวรรษที่5 "ส่งต่อความสุขไม่สิ้นสุด" ประเดิมด้วย "Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่" ควิซโชว์ชิงถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพฯ". ผู้จัดการออนไลน์. 11 มีนาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 11 มีนาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - 1 2 "Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ ประเดิมศึกรอบ 8 ทีมสุดท้าย สาย B". แนวหน้า. 27 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - 1 2 "กรมสมเด็จพระเทพฯ ให้คณะผู้บริหารบางจากฯ ผู้จัด-ผู้ชนะเลิศรายการ Genwit เข้าเฝ้า". สำนักข่าวอิศรา. 22 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2025.
- ↑ "สมศักดิ์ศรี "โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย" คว้าแชมป์ "Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group ซีซั่น 2"". เวิร์คพอยท์ . 11 กันยายน 2025. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "The Winners Are... | ContentAsia". www.contentasia.tv. สืบค้นเมื่อ 2025-09-27.