ข้ามไปเนื้อหา

Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่
ประเภทเกมโชว์ตอบปัญหาวิชาการตามแนวทางสะเต็มศึกษา
พัฒนาโดยบางจาก คอร์ปอเรชั่น
ดำเนินรายการโดย
แสดงนำ
  • อาจารย์ที่ปรึกษา:
    สุรเชษฐ์ หลิมกำเนิด
    ณัฏฐวี เนียมศิริ
  • ผู้ดูแลห้องปฏิบัติการ:
    อำพล ขวัญพัก
บรรยายโดยกฤษกร เดชฉ่ำ
ประเทศต้นกำเนิดประเทศไทย
ภาษาต้นฉบับภาษาไทย
จำนวนฤดูกาล3
จำนวนตอน45+1
การผลิต
สถานที่ถ่ายทำเวิร์คพอยท์สตูดิโอ
การจัดวางกล้องหลายกล้อง
ระยะเวลา90 นาที
บริษัทผู้ผลิตเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
การเผยแพร่ต้นฉบับ
เครือข่ายช่องเวิร์คพอยท์
ออกอากาศ3 เมษายน 2567 (2567-04-03) –
23 กันยายน 2569 (2569-09-23)
รายการที่เกี่ยวข้อง

Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ (อังกฤษ: STEM WAR[1]) เป็นรายการโทรทัศน์ไทยประเภทเกมโชว์แข่งขันตอบปัญหาเชิงวิชาการตามแนวทางสเตมศึกษาของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนต่าง ๆ ผลิตรายการโดย บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้การสนับสนุนจาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ออกอากาศทุกวันพุธ เวลา 20:15 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2567[2]

ผู้ดำเนินรายการ

[แก้]

รูปแบบรายการ

[แก้]

รายการคัดเลือกนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนต่าง ๆ จำนวน 16 โรงเรียนในฤดูกาลที่ 1 และฤดูกาลที่ 2 และ 24 โรงเรียนในฤดูกาลที่ 3 ที่มีความสามารถในการตอบปัญหาเชิงวิชาการตามแนวทางสเตมศึกษา (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) เพื่อเข้าร่วมรายการ (ในฤดูกาลที่ 2 และฤดูกาลที่ 3 คัดเลือกผ่านการ Audition จาก 36 ทีม) ประกบคู่ด้วยการจับสลากในฤดูกาลที่ 1 และฤดูกาลที่ 2 และจับสลากแบ่งสายจัดกลุ่มการแข่งขัน แบบแข่ง 3 ทีมในฤดูกาลที่ 3 และแข่งขันแบบแพ้คัดออกทุก ๆ สัปดาห์ ทั้งหมด 4 รอบ คือ รอบแรก, รอบก่อนรองชนะเลิศ, รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ แบ่งออกเป็นเกมต่าง ๆ ซึ่งเปลี่ยนแปลงในแต่ละรอบ ดังนี้

เกมที่ 1: Speedy Quiz

[แก้]

เกมนี้เป็นเกมเดียวที่ผู้เข้าแข่งขันสามารถสะสมค่าพลัง (Energy) ได้ โดยผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมซึ่งมีทีมละ 4 คน รวมตอนละ 8 คน จะต้องตอบคำถาม 8 ข้อ ข้อละ 3 ตัวเลือก หลังจากเปิดตัวเลือกครบ จะจับเวลา 3 วินาทีในการตอบ โดยในฤดูกาลที่ 1 และฤดูกาลที่ 2 เป็นการตอบแบบรายบุคคล ไม่สามารถปรึกษากันในทีมได้ หากตอบถูกจะได้รับค่าพลัง 1 หน่วยพลัง/คน และหากทุกคนในทีมตอบถูกในข้อนั้น ๆ (Perfect Score) จะได้รับค่าพลังเพิ่มอีก 1 หน่วยพลัง รวมเป็น 5 หน่วยพลัง ทำให้จะมีค่าพลังที่แต่ละทีมจะได้รับมากที่สุด คือ 40 หน่วยพลัง

ในฤดูกาลที่ 3 มีการปรับเปลี่ยนกติกา โดยยังคงมีคำถาม 8 ข้อ ข้อละ 3 ตัวเลือกเช่นเดิม โดยใน 4 ข้อแรก จะเป็นการเล่นรูปแบบทีม และใน 4 ข้อหลัง จะเป็นการผลัดการส่งตัวแทน ข้อละ 1 คน แบบไม่ซ้ำสมาชิกในทีมมาตอบคำถาม ซึ่งทุกข้อ ทีมที่ตอบคำถามถูก จะได้รับค่าพลังทีมละ 3 หน่วยพลัง แต่ถ้าหากตอบคำถามถูกทีมเดียว (The Only 1) ทีมนั้นจะได้รับค่าพลังไป 5 หน่วยพลัง

ในรอบก่อนรองชนะเลิศ มีการปรับรูปแบบเกมเล็กน้อย โดย 4 ข้อแรกเล่นเหมือนรอบแรกทุกประการ แต่ทีมที่ทำ Perfect Score ได้ จะได้สิทธิ์เปิดกล่องสุ่มในเกมที่ 2 เพิ่ม 1 กล่อง/ครั้ง และใน 4 ข้อสุดท้าย ทั้ง 2 ทีมจะต้องส่งตัวแทนออกมาตอบคำถามข้อละ 1 คนโดยไม่ซ้ำ หากทีมใดทีมหนึ่งตอบคำถามถูก จะได้รับ 5 หน่วยพลัง แต่หากตอบถูกทั้ง 2 ทีม จะได้รับทีมละ 3 หน่วยพลัง[3]

ในรอบก่อนรองชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 คำถามจะมี 5 ข้อ และเป็นการดวลแบบตัวต่อตัว (Head To Head) โดยก่อนเริ่มเกม จะมีสัญลักษณ์และชื่อวิชาประจำข้อนั้น ๆ แต่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลของข้อที่ 5. โดยแต่ละทีม ต้องพิจารณาข้อมูลสัญลักษณ์และชื่อวิชาแต่ละข้อ เพื่อส่งตัวแทนออกมาตอบคำถามข้อละ 1 คนโดยไม่ซ้ำกันในสี่ข้อแรก และเมื่อตอบคำถามข้อที่ 4. เสร็จสิ้น รายการจะเปิดเผยสัญลักษณ์และชื่อวิชาของข้อที่ 5. แล้วให้แต่ละทีมส่งสมาชิก MVP ของทีมมาตอบคำถามข้อนั้น โดยวิธีการคิดคะแนน ทีมที่ตอบคำถามถูก จะได้รับค่าพลังทีมละ 3 หน่วยพลัง แต่ถ้าหากตอบคำถามถูกทีมเดียว (The Only 1) ทีมนั้นจะได้รับค่าพลังไป 5 หน่วยพลัง

ในรอบรองชนะเลิศ มีการเพิ่มบัตร (Card) จำนวน 10 ใบ ซึ่งตรงกลางมีรูปภาพที่เกี่ยวกับคำถาม ให้ทั้ง 2 ทีมสลับกันเลือกบัตรทีมละ 4 ใบ รวม 8 ใบ โดยทีมที่ผ่านเข้ารอบมาก่อนจะได้เลือกบัตรก่อน และยังคงมีการส่งตัวแทน 1 คนตอบคำถาม 4 ข้อสุดท้ายเช่นเดิม

ในรอบชิงชนะเลิศ มีการปรับรูปแบบเกมใหม่ทั้งหมด โดยเพิ่มจำนวนคำถามจาก 8 ข้อ เป็น 10 ข้อ และผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมซึ่งเพิ่มเป็น 5 คน รวม 10 คนในรอบนี้ สามารถปรึกษากันได้ทุกข้อ และกดปุ่มตอบได้ทุกเมื่อแม้ยังเปิดตัวเลือกไม่ครบ หลังกดปุ่มเสร็จ จะจับเวลา 3 วินาทีในการตอบ หากตอบถูกจะได้รับ 5 หน่วยพลังทันที แต่หากตอบผิดหรือตอบไม่ทัน จะหมดสิทธิ์ตอบคำถามในข้อนั้น ๆ และหากทีมตรงข้ามตอบถูก จะได้รับ 3 หน่วยพลัง

เกมที่ 2

[แก้]

ตั้งแต่เกมนี้ ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้เครื่องมือจากห้องปฏิบัติการ (Laboratory) มาช่วยหาคำตอบได้ โดยแบ่งเป็น 3 เกมตามรอบ ดังนี้

Scene Analysis

[แก้]

เกมนี้ใช้ในรอบแรกของฤดูกาลที่ 1และฤดูกาลที่ 2 และรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยจำลองเหตุการณ์สมมุติที่เปลี่ยนแปลงไปทุกสัปดาห์ ให้ทั้ง 2 ทีมสืบหาความจริงให้ถูกต้องด้วยหลักสเตมศึกษา โดยมีคำถาม 2 ชุดที่แตกต่างกัน (ในเหตุการณ์สมมุติเดียวกัน) ทีมที่มีค่าพลังมากกว่าจะได้เลือกชุดคำถามก่อน เกมนี้จะเริ่มใช้ค่าพลังที่สะสมมาจากเกมแรก โดยระหว่างหาคำตอบจะลดลง 1 หน่วยพลัง/นาที หากตอบผิดจะถูกหักครั้งละ 5 หน่วยพลัง และหากค่าพลังเหลือ 0 หรือน้อยกว่า (ไม่ว่าจากการตอบผิดจนค่าพลังถูกหักจนเหลือ 0 หรือน้อยกว่า หรือปล่อยให้ค่าพลังถูกหักจนหมด) ถือว่าทีมนั้นไขปริศนาไม่สำเร็จและสิ้นสุดการเล่นในคำถามของทีมตัวเองทันที (แต่จะยังได้เล่นเกมที่ 3 ด้วยค่าพลัง 0 หน่วยพลัง)

ในฤดูกาลที่ 2 รอบแรกมีการปรับเปลี่ยนกติกาเล็กน้อย โดยหลังได้รับข้อมูลกลางจากสถานการณ์จำลองแล้ว ทีมที่มีค่าพลังมากกว่า จะได้เล่นก่อน โดยที่จะมีสิทธิ์เห็นชุดคำถามแบบไม่สมบูรณ์ทั้ง 2 ชุด และเลือกได้ว่า จะเลือกเล่นชุดคำถามใด

ในรอบก่อนรองชนะเลิศ มีการเพิ่มกล่องสุ่ม จำนวน 10 กล่อง[3] ทั้ง 2 ทีมสามารถเปิดกล่องได้ก่อน 1 กล่อง และมีสิทธิ์เปิดเพิ่มอีก 1 กล่อง/จำนวน Perfect Score ในเกมที่ 1 โดยของทั้งหมดในกล่องสุ่มมีดังนี้

  • เพิ่ม 2/3 หน่วยพลัง (อย่างละ 1 กล่อง รวม 2 กล่อง)
  • Search ฟรี 2 นาที (2 กล่อง, ใช้ตอนไหนก็ได้)
  • เรียกสมาชิกคนที่ 5 ลงมาช่วยได้ 2 นาที (3 กล่อง, ใช้ตอนไหนก็ได้)
  • ซื้อของฟรี 1 ชิ้นในเกมที่ 3 (1 กล่อง)
  • ซื้อของ 1 แถม 1 ในเกมที่ 3 (1 กล่อง)
  • สิ่งของระดับ Secret (1 กล่อง)
    • จำกัดบริเวณคู่แข่งได้ 1 คนตลอดเกม (ใช้ตอนไหนก็ได้)
    • ห้ามคู่แข่ง 1 คนพูดตลอดเกม (ใช้ตอนไหนก็ได้)
    • ห้ามคู่แข่ง 1 คนใช้มือตลอดเกม (ใช้ตอนไหนก็ได้)

2 Minutes Challenge

[แก้]

เกมนี้ใช้ในรอบรองชนะเลิศ เพื่อให้ทั้ง 2 ทีมสะสมค่าพลังเพิ่ม โดยการตอบคำถาม 6 ข้อ จากทั้งหมด 8 ข้อ โดยก่อนเริ่มตอบคำถาม จะมีบัตรตัวช่วย 8 ใบ ให้ทั้ง 2 ทีมสุ่มหยิบทีมละ 3 ใบ โดยแต่ละทีมจะไม่เห็นบัตรตัวช่วยของทีมตรงข้าม โดยบัตรตัวช่วยทั้งหมด มีดังนี้

  • เรียกสมาชิกคนที่ 5 ลงมาช่วยได้ตลอดข้อ (มี 4 ใบ, ใช้ข้อไหนก็ได้)
  • เปลี่ยนคำถาม (ใช้ได้ในข้อของตนเท่านั้น)
  • สะท้อนคำถามกลับ (ใช้ได้ในกรณีทีมตรงข้ามโยนคำถามเท่านั้น)
  • ลดเวลาคิดฝ่ายตรงข้าม 30 วินาที (ใช้ข้อไหนก็ได้)
  • เพิ่มเวลาคิด 30 วินาที (ใช้ข้อไหนก็ได้)

หลังจากได้บัตรตัวช่วยแล้ว ทีมที่มีค่าพลังมากกว่าจะได้เลือกคำถามก่อน แต่คำถามที่ได้จะยังไม่สมบูรณ์ หลังอ่านแล้ว จะต้องตัดสินใจว่าจะเล่นเองหรือโยนให้ทีมตรงข้าม หลังจากนั้นพิธีกรจะอ่านคำถามเต็ม เมื่ออ่านจบแล้ว จะมีเวลา 3 วินาที ในการตัดสินใจเลือกใช้หรือไม่ใช้ตัวช่วยในข้อนั้น ๆ หลังจากนั้นจะมีเวลาหาคำตอบ 2 นาที เมื่อหมดเวลา ทีมที่เล่นคำถามนั้น ๆ จะต้องตอบทันที หากตอบผิด ทีมตรงข้ามจะสามารถกลับมาตอบคำถามเดิมได้ โดยในแต่ละข้อมีค่าพลังดังนี้

  • หากทีมที่ได้คำถามเลือกเล่นเอง แล้วตอบถูก จะได้รับ 5 หน่วยพลัง แต่หากตอบผิดแล้วทีมตรงข้ามตอบถูก จะได้รับ 3 หน่วยพลัง
  • หากทีมที่ได้คำถามเลือกโยน แล้วทีมตรงข้ามตอบถูก จะได้รับ 5 หน่วยพลัง แต่หากตอบผิด ทีมที่โยนคำถามจะได้รับ 3 หน่วยพลังทันที และหากตอบถูกอีก จะได้รับเพิ่มอีก 3 หน่วยพลัง รวมเป็น 6 หน่วยพลัง

3 Minutes Challenge

[แก้]

เกมนี้ใช้ในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อให้ทั้ง 2 ทีมสะสมค่าพลังเพิ่ม โดยการตอบคำถาม 5 ข้อ และมีเวลาหาคำตอบ 3 นาที โดยระหว่างหาคำตอบในแต่ละข้อ เวลาจะนับถอยหลังเรื่อย ๆ และค่าพลังจะลดลงตามจำนวนเวลาที่ใช้ไป ตั้งแต่ 10 --> 7 --> 5 --> 3 --> 1 หน่วยพลังตามลำดับ หากตอบถูก จะได้รับค่าพลังตามจำนวนเวลาที่ตอบได้ แต่หากตอบผิด จะหมดสิทธิ์ตอบคำถามในข้อนั้น ๆ แต่ทีมตรงข้ามยังสามารถตอบคำถามได้ภายในเวลาตามค่าพลังที่เหลือ

3 Minutes Bid Challenge

[แก้]

เกมนี้ใช้ในรอบรองชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 โดยเป็นเกมที่ถูกพัฒนามาจาก 3 Minutes Challenge แต่เพิ่มรูปแบบการประมูลเข้าไปด้วย โดยจะมีคำถาม 5 ข้อ โดยแต่ละข้อ ทั้งสองทีมจะได้เห็นของเกริ่นที่เกี่ยวข้องกับคำถามนั้น ๆ พร้อมกับได้ทราบส่วนของประโยคคำถามนั้นด้วย โดยทั้งสองทีมจะต้องแข่งกันประมูลเวลาสำหรับคิดคำตอบเพื่อชิงสิทธิ์ในการได้ตอบก่อน โดยเมื่อเริ่มประมูล ทั้งสองทีมจะต้องแข่งกันกดไฟ ทีมที่กดไฟได้ก่อน จะได้เริ่มประมูลก่อน โดยแต่ละทีมจะมีเวลาสำหรับใช้ประมูลตั้งต้นทีมละ 3 นาทีเท่ากัน ซึ่งทีมที่ประมูลได้เวลาน้อยกว่า จะถือว่าชนะประมูล หลังจากนั้น พิธีกรจึงจะอ่านรายละเอียดของคำถามทั้งหมด และทั้งสองทีมจึงเริ่มคิดคำตอบพร้อมกัน โดยทีมที่ชนะประมูลในข้อนั้น ๆ จะมีเวลาคิดคำตอบเท่ากับเวลาที่ประมูลได้ และได้สิทธิ์ในการตอบก่อน ส่วนอีกทีมที่แพ้ประมูล จะได้เวลาคิดคำตอบ 3 นาทีเต็ม โดยหากทีมที่ได้สิทธิ์ตอบก่อน แล้วตอบถูก จะได้รับ 5 หน่วยพลัง แต่หากตอบผิด สิทธิ์จะตกเป็นของอีกทีมที่จะได้คิดคำตอบต่อด้วยเวลาที่เหลืออยู่ และหากตอบถูก จะได้รับ 3 หน่วยพลัง

Tower Strike (ตีป้อม)

[แก้]

เกมนี้ใช้ในรอบแรกของฤดูกาลที่ 3 โดยรูปแบบมีความคล้ายกับ เกมโมบา (Moba) ซึ่งแต่ละทีมจะถูกแบ่งเป็น 2 ป้อมเล็ก ป้อมละ 1 ชีวิต และ 1 ป้อมใหญ่ มี 2 ชีวิต รวมทั้งหมด 4 ชีวิต โดยสมาชิกทั้ง 4 คนจะต้องไปประจำป้อมเล็ก ป้อมละ 2 คน โดยทีมที่มีค่าพลังมากที่สุดจากเกมก่อนหน้า (เรียงลำดับจากมากไปน้อย) จะได้สิทธิ์ท้า 1 ทีมเพื่อแข่งขันกันตอบคำถาม และทีมที่ถูกท้าจะได้สิทธิ์เลือกหมวดวิชาในการตอบคำถาม ซึ่งเมื่อประกาศโจทย์เสร็จสิ้น ทั้ง 2 ทีมจะมีเวลาคิดคำตอบ 2 นาที ทีมที่กดปุ่มก่อนจะได้ตอบคำถามดังกล่าว

  • หากตอบถูก ป้อมของทีมตรงข้ามจะแตก 1 ชีวิตทันที
  • หากตอบผิด ป้อมของทีมตนเองจะแตก 1 ชีวิตทันที ทั้งนี้ ทีมตรงข้ามยังต้องตอบคำถามดังกล่าวเช่นเดิม โดยสามารถใช้เวลาคงเหลือในการคิดต่อได้ แต่หากตอบผิดหรือไม่สามารถคิดทันตามเวลาที่กำหนด ป้อมจะแตก 1 ชีวิตเช่นกัน
  • หากทีมใดไม่สามารถคิดและกดปุ่มทันตามเวลาที่กำหนด ทีมดังกล่าวจะไม่มีสิทธิ์ตอบคำถามดังกล่าว และป้อมจะแตก 1 ชีวิตโดยปริยาย

โดยผู้ที่อยู่ในป้อมเล็กที่แตกแล้วจะต้องย้ายไปอยู่ประจำป้อมใหญ่ แต่ก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่ละทีมจะได้เลือกซื้อไอเทมสำหรับการแข่งขันในเกมนี้ โดยจำกัดการซื้อเพียงทีมละไม่เกิน 3 ไอเทม ซึ่งไอเทมที่สามารถซื้อได้มีทั้งหมด 8 อย่าง ซึ่งแต่ละอย่างจะมีราคาหน่วยพลังที่ไม่เท่ากัน ดังนี้

  • รองเท้าตีไว (เพิ่มเวลาคิดคำตอบของทีมตนเอง 30 วินาที) – 5 หน่วยพลัง
  • ค้อนสตัน (ลดเวลาคิดคำตอบของทีมตรงข้าม 30 วินาที) – 5 หน่วยพลัง
  • กระจกเปลี่ยนความจริง (เปลี่ยนโจทย์ใหม่ในหมวดวิชาเดิม) – 10 หน่วยพลัง
  • คทาแช่แข็ง (แช่แข่งคู่แข่ง 1 คนจากทีมตรงข้าม ซึ่งจะไม่สามารถช่วยคิดคำนวณได้) – 10 หน่วยพลัง
  • หินวาร์ป (เปลี่ยนผู้เล่น 1 คน ต่อ 1 ครั้ง) – 10 หน่วยพลัง
  • คัมภีร์อัญเชิญ (สามารถรวมทีมเพื่อช่วยคิดคำตอบได้ทั้ง 4 คน) – 15 หน่วยพลัง
  • ดาบคริติคอล (ตอบคำถามได้อีก 1 ครั้งหากตอบผิด) – 15 หน่วยพลัง
  • เกราะเกิด (คืนชีพหลังป้อมแตกได้ 1 ชีวิต) – 20 หน่วยพลัง (สามารถใช้ได้หลังจากป้อมแตกหมดแล้วเท่านั้น)

เมื่อทั้ง 3 ทีมท้าครบในรอบแรกแล้ว จะแข่งขันต่อในรอบที่ 2 และวนกลับมาที่ทีมแรกที่ท้าอีกครั้ง แต่จะไม่สามารถท้าทีมที่เคยท้าในรอบแรกได้อีก ในเกมนี้ หากทีมใดทำป้อมแตกทั้งหมด 4 ชีวิตก่อน เกมจะจบลงและทีมดังกล่าวจะถูกคัดออกทันที อย่างไรก็ตาม หากรอบที่ 2 ยังไม่มีทีมที่ทำป้อมแตกทั้งหมด เกมจะดำเนินต่อไปในรอบที่ 3 ซึ่งสามารถท้าทีมไหนก็ได้ และจะดำเนินเกมเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีทีมที่ทำป้อมแตกทั้งหมด

ในกรณีที่มี 2 ทีมป้อมแตกพร้อมกัน จะแข่งขันต่อในรอบหนีตาย (Survival Round) โดยใช้คำถามตัดสินและไม่จำกัดเวลาคิดคำตอบ ทีมที่กดปุ่มและตอบถูกก่อนจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไปทันที ส่วนอีกทีมจะถูกคัดออกโดยปริยาย

Bomb Code

[แก้]

เกมนี้ใช้ในรอบก่อนรองชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 ในเกมนี้ ทั้งสามทีมจะต้องไขรหัส 4 หลัก เพื่อกู้ระเบิดพร้อมกัน โดยจะมีระเบิดอยู่ 5 ลูก (โจทย์ปัญหา 5 ข้อ) ลูกละ 2 นาที แต่ละทีมต้องแก้โจทย์ปัญหาเพื่อไขรหัส เพื่อหยุดเวลาระเบิดก่อนที่ระเบิดจะทำงาน โดยกรอกรหัสหยุดเวลาที่แท็บเล็ตประจำทีม โดยแต่ละทีม จะมีตัวประกันประจำข้ออยู่ ข้อละ 1 คน โดยหากทีมใดไขรหัสได้ถูกต้อง จะถือว่าหยุดเวลาระเบิด และรักษาตัวประกันไว้ได้ และได้นับเวลาที่เหลือก่อนระเบิดทำงานเป็นเวลาสะสมของแต่ละทีม แต่ถ้าหากทีมใดไม่สามารถไขรหัสได้ จะถือว่าหยุดเวลาระเบิดไม่สำเร็จ ทีมนั้นจะเสียสมาชิกที่เป็นตัวประกันไป (ไม่สามารถมีส่วนร่วมในการแก้โจทย์ปัญหาเพื่อหารหัสหยุดเวลาระเบิดในข้อถัดไปจนจบเกม) และแต่ละทีม จะสามารถกดรหัสหยุดเวลาระเบิดผิดได้ เท่ากับจำนวนหน่วยพลังที่สะสมได้จากเกมที่ 1 โดยถ้าหากใช้หน่วยพลังจนหมดแล้ว หรือเหลือ 0 หน่วยพลัง จะไม่สามารถกดรหัสหยุดเวลาระเบิดผิดได้อีก หากกดผิด ระเบิดลูกนั้นจะทำงานทันที

เกมนี้จะคัดทีมออก 1 ทีม โดยพิจารณาจากจำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่หลังเล่นข้อสุดท้ายเสร็จ ทีมที่มีจำนวนสมาชิกน้อยที่สุดจะตกรอบ ถ้าหากจำนวนสมาชิกเหลือเท่ากัน จะพิจารณาที่เวลาสะสมของเวลาที่เหลือก่อนระเบิดทำงาน ทีมที่มีเวลาสะสมน้อยที่สุดจะตกรอบ หรือถ้าหากมีทีมที่เสียสมาชิกในทีมครบทุกคนก่อนจะเล่นโจทย์ข้อสุดท้าย ทีมนั้นก็จะตกรอบ

เกมที่ 3: Final Battle

[แก้]

เกมนี้ใช้ในรอบแรก รอบก่อนรองชนะเลิศ และรอบรองชนะเลิศ โดยทั้ง 2 ทีมจะได้ตอบคำถามในโจทย์เดียวกันพร้อมกันทั้งทีม หลังจากพิธีกรอ่านคำถามจบ ในบางตอน อาจารย์ที่ปรึกษาจะมอบสูตรคำนวณให้เป็นตัวช่วย หลังจากนั้น

  • ในรอบแรก จะมีการประมูล (Bid Battle) สิ่งของ 3 ชิ้นที่เกี่ยวกับโจทย์ โดยใช้ค่าพลังที่เหลือเป็นตัวประมูล (แต่ในกรณีที่มีเพียงทีมเดียวที่มีค่าพลังเหลืออยู่ ของทั้ง 3 ชิ้นจะเป็นของทีมที่มีค่าพลังโดยอัตโนมัติโดยจ่ายเพียงชิ้นละ 1 หน่วยพลัง รวม 3 หน่วยพลัง) หลังจากประมูลแล้ว ทั้ง 2 ทีมจะได้หาคำตอบ โดยใช้เครื่องมือจากห้องปฏิบัติการได้ฟรีตลอดการไขปริศนา รวมถึงจ่ายครั้งละ 5 หน่วยพลังเพื่อสืบค้นข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่ม (Search) ครั้งละ 1 นาที ในฤดูกาลที่ 2 มีการปรับรูปแบบของประมูล โดยเป็นการประมูลของ 3 คู่ แต่ละคู่ จะให้ข้อมูลเดียวกัน แตกต่างกันที่ความยาก-ง่ายในการได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าว โดยในแต่ละคู่ ทีมที่สามารถประมูลได้ จะได้สิ่งของที่เลือกไว้ และอีกทีมจะได้สิ่งของที่ทีมที่สามารถประมูลได้ไม่ได้เลือกไว้
  • ในรอบแรกของฤดูลกาลที่ 3 เป็นการแข่งขันของสองทีมที่เข้ารอบมาจากเกม Tower Strike และปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยมีปรัศนีประจำสัปดาห์ โดยปรัศนีจะมีความเกี่ยวข้องกับโจทย์ โดยหลังพิธีกรอ่านคำถามจบ ทางรายการจะให้แต่ละทีมวางแผน และส่งตัวแทนทีมละ 1 คน เพื่อสัมภาษณ์ข้อมูลที่เกี่ยวกับโจทย์จากปรัศนี โดยมีเวลาสัมภาษณ์ทีมละ 1 นาที เมื่อสัมภาษณ์เสร็จสิ้นทั้งสองทีมแล้ว เกมจะเริ่มขึ้น และทั้งสองทีม ยังสามารถสัมภาษณ์ปรัศนีได้อีกหากขาดข้อมูลใด ๆ
  • ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ไม่มีการประมูล ทั้ง 2 ทีมจะได้หาคำตอบทันที ส่วนค่าพลังที่เหลือนั้นใช้ซื้ออุปกรณ์ตามที่แต่ละทีมต้องการในห้องปฏิบัติการตามราคาที่ระบุ รวมถึงซื้อกล่องสุ่มกล่องละ 3 หน่วยพลัง
  • ในรอบรองชนะเลิศ เป็นการผนวกรวมเกม Scene Analysis โดยจำลองเหตุการณ์สมมุติ ให้ทั้ง 2 ทีมสืบหาความจริงให้ถูกต้องด้วยหลักสเตมศึกษา โดยมีการใช้ค่าพลังที่สะสมมาใน 2 เกมแรก ดังนี้
    • การซื้ออุปกรณ์ตามที่แต่ละทีมต้องการในห้องปฏิบัติการตามราคาที่ระบุ
    • เรียกสมาชิกคนที่ 5 ลงมาช่วยได้ตลอดเกม 10 หน่วยพลัง
    • Search 2 นาที ครั้งละ 5 หน่วยพลัง
    • การสอบถามนักแสดงในเหตุการณ์สมมุติ 1 หน่วยพลัง/คำถาม

หากทีมใดได้คำตอบแล้วสามารถกดปุ่มเพื่อตอบคำถามได้ทุกเมื่อ เมื่อมีการกดปุ่ม ทีมตรงข้ามจะต้องหยุดหาคำตอบ หากตอบผิด เกมจะดำเนินต่อ และจะต้องคิดหาคำตอบใหม่ แต่ยังตอบได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะมีทีมที่กดปุ่มและตอบคำถามถูก ทีมที่ตอบคำถามถูกก่อนจะเป็นทีมผู้ชนะประจำสัปดาห์ทันที ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และในฤดูกาลที่ 1 และฤดูกาลที่ 2 จะได้เล่นในเกม Escape Room เพื่อรับทุนการศึกษาเป็นรางวัลพิเศษ ส่วนในฤดูกาลที่ 3 รอบแรก จะได้รับทุนการศึกษาจากบางจาก คอร์ปอเรชั่นทันที 20,000 บาท โดยไม่มีเกม Escape Room

Crime Scene Analysis

[แก้]

เกมนี้ใช้ในรอบก่อนรองชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 โดยเป็นเกมที่ถูกพัฒนามาจาก Scene Analysis แต่ปรับรูปแบบให้เป็นการจำลองเหตุการณ์คดีสมมุติที่เปลี่ยนแปลงไปทุกสัปดาห์ ให้ทั้ง 2 ทีมไขคดีและสืบหาความจริงให้ถูกต้องด้วยหลักสเตมศึกษา โดยทั้ง 2 ทีมจะได้ตอบคำถามในโจทย์เดียวกันพร้อมกันทั้งทีม และหาคำตอบโดยการเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อสืบค้นข้อมูลและค้นหาหลักฐาน โดยเวลาที่แต่ละทีมสะสมมาได้ในเกม Bomb Code จะถูกรวมกับเวลาตั้งต้น 5 นาที เพื่อใช้เป็นเวลาที่แต่ละทีมจะสามารถเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุได้ และหากในกรณีที่เกม Bomb Code เล่นระเบิดไม่ครบ 5 ลูก ระเบิดลูกที่เหลือจะแปรเปลี่ยนเป็นเวลาโบนัสเพิ่มอีกลูกละ 2 นาที โดยทุก ๆ ครั้งที่เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ จะต้องกดปุ่มจับเวลาทุกครั้งเพื่อให้เวลาเดิน และกดปุ่มหยุดเวลาทุกครั้งเมื่อออกจากพื้นที่ และสามารถเข้าพื้นที่เกิดเหตุได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่เมื่อใดที่ทีมใช้เวลาในพื้นที่เกิดเหตุจนหมด จะไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุได้อีก หากทีมใดได้คำตอบแล้วสามารถกดปุ่มเพื่อตอบคำถามได้ทุกเมื่อ เมื่อมีการกดปุ่ม ทีมตรงข้ามจะต้องหยุดหาคำตอบ หากตอบผิด เกมจะดำเนินต่อ และจะต้องคิดหาคำตอบใหม่ แต่ยังตอบได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะมีทีมที่กดปุ่มและตอบคำถามถูก ทีมที่ตอบคำถามถูกก่อนจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศทันที และจะได้รับทุนการศึกษาจากบางจาก คอร์ปอเรชั่นเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 บาททันที ส่วนทีมที่แพ้ในเกมนี้ จะยังมีโอกาสแก้ตัวอีกครั้งในรอบเพลย์ออฟ เพื่อหาอีก 1 ทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป

เกมที่ 4: Escape Room

[แก้]

ผู้เข้าแข่งขันทุกคนในทีมผู้ชนะประจำสัปดาห์ จะต้องเข้าไปถอดรหัส 4 หลัก เพื่อออกมาจากห้อง Escape Room ซึ่งมีธีมที่เปลี่ยนแปลงในทุกสัปดาห์ โดยไม่ได้ยินเสียงของพิธีกรและอาจารย์ที่อยู่ด้านนอก ระยะเวลาที่ทั้งทีมใช้ได้ในเกมนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนค่าพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด (แต่จะได้เพิ่มอีก 5 หน่วยพลังก่อนเริ่มภารกิจ Escape Room) และจะถูกหัก 1 หน่วยพลัง/นาที ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ 1 จะสามารถกดรหัสผ่านได้เรื่อย ๆ โดยไม่ถูกลงโทษใด ๆ จนกว่าค่าพลังจะหมด ในฤดูกาลที่ 2 หากกดรหัสผิดทุก ๆ 3 ครั้ง เครื่องกดรหัสจะล็อกไม่สามารถกดรหัสได้ครั้งละ 10 วินาที ก่อนที่จะใส่รหัสได้อีกครั้ง โดยรหัสจะมีระดับความยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามรอบที่ลึกขึ้น หากสามารถถอดรหัสได้ทันเวลา จะได้รับรางวัลพิเศษเป็นทุนการศึกษาจากบางจาก คอร์ปอเรชั่น ดังนี้

  • รอบแรก = 20,000 บาท
  • รอบก่อนรองชนะเลิศ = 50,000 บาท
  • รอบรองชนะเลิศ = 100,000 บาท

ในรอบชิงชนะเลิศ มีการปรับรูปแบบเกมใหม่ทั้งหมด ทั้ง 2 ทีมจะต้องซื้ออุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการตามราคาที่ระบุให้ครบทั้งหมดด้วยค่าพลังที่สะสมมาจาก 2 เกมแรก โดยทีมที่มีค่าพลังน้อยกว่าจะถูกเก็บตัว และให้ทีมที่มีค่าพลังมากกว่าเลือกซื้อก่อนเพื่อความยุติธรรม จากนั้นทั้ง 2 ทีมจะต้องเข้าไปเล่นเกมในห้อง Escape Room พร้อมกัน โดยแบ่งเป็น 2 ห้องที่มีรูปแบบเดียวกัน ทั้ง 2 ทีมจะต้องไขรหัส 5 กล่อง เพื่อให้ได้จิกซอว์ 5 ชิ้นสำหรับตีความเป็นรหัส 4 ตัวที่จะกด โดยไม่จำกัดเวลาแบบรอบก่อนหน้า แต่จำกัดสิทธิ์กดรหัสที่ 3 ครั้ง หากกดผิดครบ 3 ครั้ง ระบบคอมพิวเตอร์จะล็อกไม่สามารถกดรหัสได้ครั้งละ 5 นาที ทีมที่ถอดรหัสสำเร็จก่อนจะเป็นทีมแชมป์ประจำฤดูกาลนั้นทันที ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา 1,000,000 บาท จากบางจาก คอร์ปอเรชั่น ส่วนทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษา 500,000 บาท จากบางจาก คอร์ปอเรชั่น เช่นกัน[4]

ในรอบรองชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 มีการปรับรูปแบบ ทั้ง 2 ทีมจะต้องซื้ออุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการตามราคาที่ระบุให้ครบทั้งหมดด้วยค่าพลังที่สะสมมาจาก 2 เกมแรก โดยทีมที่มีค่าพลังน้อยกว่าจะถูกเก็บตัว และให้ทีมที่มีค่าพลังมากกว่าเลือกซื้อก่อนเพื่อความยุติธรรม จากนั้นทั้ง 2 ทีมจะต้องเข้าไปเล่นเกมในห้อง Escape Room พร้อมกัน โดยแบ่งเป็น 2 ห้องที่มีรูปแบบเดียวกัน ทั้ง 2 ทีมจะต้องไขรหัส 4 ชุด เพื่อให้ได้จิกซอว์ 4 ชิ้นสำหรับตีความเป็นรหัส 4 ตัวสุดท้ายที่จะกด โดยไม่จำกัดเวลาแบบรอบก่อนหน้า ทีมไหนที่กดรหัสสุดท้ายได้ถูกต้อง จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทันที และจะได้รับทุนการศึกษาจากบางจาก คอร์ปอเรชั่นเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 บาททันที

ในรอบชิงชนะเลิศของฤดูกาลที่ 3 ได้มีการปรับรูปแบบจากในรอบรองชนะเลิศเพิ่มเติมให้มีความยากและท้าทายมากขึ้น โดยใช้ชื่อว่า Final Escape Room โดยที่สมาชิกแต่ละทีมจะถูกแยกห้องออกจากกันและจะมีคนเดียวที่จะต้องเข้าไปพิชิตในห้องย่อยและตามหาเพื่อนร่วมทีม และในสามห้องสุดท้ายจะมีเพื่อนในทีมถูกขังในห้องละ 1 คน หากทำภารกิจในห้องย่อยห้องแรกสำเร็จก็จะสามารถไปช่วยเหลือเพื่อนในห้องถัด ๆ ไปได้ พร้อมทั้งได้สมาชิกในทีมของห้องนั้น ๆ ช่วยกันทำภารกิจได้ จนครบ 4 คนในห้องย่อยห้องสุดท้าย ในสามห้องย่อยแรกจะต้องไขรหัส 4 หลักให้ครบทุกห้อง โดยที่แต่ละห้อง จะมีโทรศัพท์ที่สามารถใช้ติดต่อกับสมาชิกในห้องอื่น ๆ ได้ โดยใช้ 1 หน่วยพลัง สามารถติดต่อได้ 1 นาที ส่วนห้องย่อยห้องสุดท้ายจะต้องไขรหัส Final Code 12 หลักเพื่อปลดล็อกห้องสุดท้ายเพื่อออกจาก Escape Room ทีมที่ถอดรหัสสำเร็จก่อนจะเป็นทีมแชมป์ประจำฤดูกาลนั้นทันที ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา 1,000,000 บาท จากบางจาก คอร์ปอเรชั่น ส่วนทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษา 500,000 บาท จากบางจาก คอร์ปอเรชั่น เช่นกัน

Mini Game

[แก้]

เป็นเกมพิเศษเพื่อให้ทั้ง 2 ทีมสะสมค่าพลังเพิ่ม โดยจะใช้เกม 24 คือให้ใช้สัญลักษณ์ + − × ÷ ( ) สร้างสมการจากเลข 4 ตัวที่กำหนดให้มีผลลัพธ์รวม 24 ให้มากที่สุดในเวลา 2 นาที โดยจะได้รับ 1 หน่วยพลัง/สมการที่ถูกต้อง เกมนี้สามารถเกิดขึ้นได้เพียง 1 ครั้ง/แมตช์ ในรอบแรกและรอบก่อนรองชนะเลิศ ในกรณีที่รายการประเมินว่ามีทีมที่มีค่าพลังไม่เพียงพอสำหรับในเกมต่อไปอย่างน้อย 1 ทีม

ภาพรวมในแต่ละฤดูกาล

[แก้]
ฤดูกาลระยะเวลาออกอากาศจำนวน
ตอน
ทีมชนะเลิศทีมรองชนะเลิศ อ้างอิง
ตอนแรกรอบชิงชนะเลิศ ชื่อทีมโรงเรียนจังหวัด ชื่อทีมโรงเรียนจังหวัด
1 3 เมษายน พ.ศ. 256710 กรกฎาคม พ.ศ. 256715 M-WITTYโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์จังหวัดนครปฐม KVISTEMATICโรงเรียนกำเนิดวิทย์จังหวัดระยอง [4]
2 4 มิถุนายน พ.ศ. 256810 กันยายน พ.ศ. 2568 SK SQUADโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ANSWERSโรงเรียนอำนวยศิลป์กรุงเทพมหานคร [5]
3 10 มิถุนายน พ.ศ. 256923 กันยายน พ.ศ. 256915+1 ARISTOTRIAMโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากรุงเทพมหานคร MWIT SI KRUBโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์จังหวัดนครปฐม

รางวัล

[แก้]

ในประเทศ

[แก้]
ปีรางวัลสาขาผลหมายเหตุ
2568 Pantip Television Awards ครั้งที่ 4 รายการเกมโชว์ยอดเยี่ยม ชนะ
รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 16 รายการเกมโชว์และการแข่งขันยอดเยี่ยม ชนะ
THAILAND MORAL AWARDS 2024 รายการโทรทัศน์ ชมเชย
2569 Pantip Television Awards ครั้งที่ 5 รายการเกมโชว์ยอดเยี่ยม ชนะ
รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 รายการเกมโชว์และการแข่งขันยอดเยี่ยม ชนะ เข้าชิง 2 รางวัล
รายการสำหรับเยาวชนยอดเยี่ยม เสนอชื่อเข้าชิง

ระดับนานาชาติ

[แก้]
ปีรางวัลสาขาผลหมายเหตุ
2567 เอเชียนเทเลวิชันอวอร์ดส์ ครั้งที่ 29 Best Quiz or Game Programme เสนอชื่อเข้าชิง
เอเชียนอะคาเดมีครีเอทีฟอวอร์ดส์ 2024 Best Game or Quiz Programme National Winner
และ เสนอชื่อเข้าชิง
2568 ContentAsia Awards 2025 Best Original Game Show Made in Asia Winner Silver Award[6]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ "STEM WAR". Workpoint World Wide (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 21 เมษายน 2025.
  2. ↑ "บางจากฯ ก้าวสู่ทศวรรษที่5 "ส่งต่อความสุขไม่สิ้นสุด" ประเดิมด้วย "Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่" ควิซโชว์ชิงถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพฯ". ผู้จัดการออนไลน์. 11 มีนาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 11 มีนาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  3. 1 2 "Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ ประเดิมศึกรอบ 8 ทีมสุดท้าย สาย B". แนวหน้า. 27 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  4. 1 2 "กรมสมเด็จพระเทพฯ ให้คณะผู้บริหารบางจากฯ ผู้จัด-ผู้ชนะเลิศรายการ Genwit เข้าเฝ้า". สำนักข่าวอิศรา. 22 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2025.
  5. ↑ "สมศักดิ์ศรี "โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย" คว้าแชมป์ "Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group ซีซั่น 2"". เวิร์คพอยท์ . 11 กันยายน 2025. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  6. ↑ "The Winners Are... | ContentAsia". www.contentasia.tv. สืบค้นเมื่อ 2025-09-27.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]